เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่อาคารรัฐสภา 2 คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านการศาสนา ในคณะ กมธ.การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดสัมมนา เรื่อง “บทบาทของศาสนาในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” โดยมีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา โดย พล.อ.เปรมกล่าวว่า ดีใจที่ สนช.นึกถึงว่าศาสนาจะช่วยในการปราบปราบการทุจริตในชาติบ้านเมืองของเราจึงได้เชิญผู้แทนศาสนาต่างๆ มาสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ทั้งนี้ ศาสนาไม่ใช่ยาวิเศษ แต่ศาสนาเป็นสิ่งพิเศษที่จะช่วยเจ้าหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและระงับยับยั้งการทุจริตประพฤติมิชอบในชาติบ้านเมืองได้ ตนคิดว่า การทุจริตในชาติบ้านเมืองของเราไม่ได้ลดลงเลย เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับศาสนา แต่ตนคิดว่าศาสนาจะเป็นเครื่องมือทำให้คนตระหนักว่า การโกงชาติบ้านเมืองเป็นบาป ไม่ควรกระทำ ต้องสอนลูกสอนหลานให้เข้าใจว่าการโกงเป็นสิ่งที่น่าอับอาย อย่างไรก็ตาม ประเทศเราการโกงค่อนข้างมีระดับสูง พวกเราต้องอับอายขายหน้า เพราะชาติอื่นคิดว่าชาติเราเป็นชาติที่โกง

พล.อ.เปรมกล่าวว่า ในการสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนศาสนาทั้ง 5 มาร่วมสัมมนา และเชื่อว่าเราทุกคนคงมีความรู้สึกรักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน ตนคิดว่าศาสนาคงช่วยอบรมสั่งสอน บอกความเลวร้ายการโกงชาติบ้านเมืองของเราเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุด เคยพูดเสมอว่าปัญหาที่่เลวร้ายที่สุดในบ้านเมืองของเราคือการโกงชาติบ้านเมืองของคุณเอง น่าขายหน้ามาก ตนย้ำเสมอว่า การโกงต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ถ้าเราไม่โกง ครอบครัวเราไม่โกง องค์กรที่เราทำงานอยู่ไม่โกง ศาสนาก็จะเข้าไปช่วยได้ ทั้งนี้ เรื่องนี้ต้องเริ่มที่เด็กก่อน ต้องสอนเขาว่าการโกงเป็นสิ่งที่เหลวไหลมาก นี่คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ตนภูมิใจมากที่ศาสนาทั้ง 5 ศาสนา มาร่วมมือกันเพื่อปราบปรามการโกงในบ้านเมืองเรา
ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดงานเสวนา ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.เปรมว่า ได้ให้กำลังใจ พล.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปท. อย่างไรบ้าง พล.อ.เปรมกล่าวว่า ตนได้พูดไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า เหนื่อยไหมที่พูดเรื่องการทุจริตอยู่เสมอแต่การทุจริตไม่ได้ลดลงเลย พล.อ.เปรมกล่าวว่า ก็ใช่

