วันนี้ (25 ก.ย.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา นักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน แสดงความเห็นกรณีการเดินหน้าปฎิรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล โดยระบุว่า “คสช.กับหลักฐานเบื้องหลังกฎหมายกินรวบทรัพย์สินของชาติ ร้ายแรงกว่าทุกยุคที่ผ่านมาใช่หรือไม่” บทวิเคราะห์ 3 ตอนจบของ คุณธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ต่อแนวทางการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลคสช.ในร่างกฎหมายบรรษัทวิสาหกิจ(ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ …) ซึ่งวิเคราะห์จากเอกสารภายในที่เสนอต่อครม.เมื่อวันที่20 มิถุนายน 2560 ประกอบการเสนอร่างกฎหมายบรรษัทวิสาหกิจฉบับดังกล่าวนั้น เป็นที่ชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิบัติของรัฐวิสาหกิจ โดยยกส่วนที่เป็น operator ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทนรัฐวิสาหกิจ โดยอ้างลมๆแล้งๆว่าจะให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งคือการล้วงตับไตใส้พุงของรัฐวิสาหกิจทั้งทรัพย์สิน สิทธิผูกขาด และอำนาจมหาชน รวมทั้งกิจการส่วนที่ทำกำไรของรัฐวิสาหกิจให้เอกชนเอาไปแบ่งกัน เหลือไว้เพียงซากรัฐวิสาหกิจที่เป็นมัมมี่ ให้เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินต่อไป ใช่หรือไม่
ทิศทางของร่างกฎหมายบรรษัทวิสาหกิจเช่นนี้จึงไม่ใช่ทิศทางการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อให้มีประสิทธิภาพในฐานะ”รัฐวิสาหกิจ”เพื่อประโยชน์ของประชาชนดังที่อ้างไว้ในหลักการเหตุผลของร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่คือการอำพรางซ่อนเร้นกระบวนการเพื่อถ่ายโอนทรัพย์สิน สิทธิและอำนาจมหาชนที่เคยเป็นของรัฐวิสาหกิจมาแต่เดิมให้ตกเป็นกรรมสิทธิของเอกชนเพื่อรีดกำไรจากประชาชนเป็นหลัก ใช่หรือไม่
ขอให้พี่น้องประชาชนทั้ง70ล้านคนโปรดพิจารณาว่าท่านจะยินยอมให้รัฐบาลคสช.ใช้อำนาจพิเศษผ่านร่างกฎหมายอำพรางซ่อนเร้นถ่ายโอนทรัพย์สินแผ่นดินครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ไปให้กลุ่มทุนเอกชนเพียงไม่กี่ตระกูลได้ร่ำรวยจากการขูดรีดประชาชนโดยอาศัยสนช.ที่เป็นมืออีกข้างของคสช. เป็น “สภาเสียงเอกฉันท์” ที่ไม่มีการถ่วงดุลมาผ่านร่างกฎหมายกินรวบทรัพย์สินแผ่นดินของคสช.ฉบับนี้หรือไม่ ?

