เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายเรืองไกร กิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบการจัดซื้อเรือเหาะ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี2552ว่า ในวันที่ 25 ก.ย.ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อส่งหลักฐานเพิ่มเติม 2 ประเด็นได้แก่ 1.บันทึกการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เมื่อวันที่ 10มี.ค.2559 เป็นรายงานลับที่พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. แจ้งผลการตรวจสอบคดีเรือเหาะต่อที่ประชุมสนช.ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ไม่มีความผิดในการจัดซื้อเรือเหาะ 2.รายชื่อครม.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่ร่วมลงมติอนุมัติใช้งบกลาง 350 ล้านบาท จัดซื้อเรือเหาะปี2552 เพื่อชี้ให้เห็นว่า กรณีที่ป.ป.ช.เคยยกคำร้องคดีเรือเหาะของนายสุเทพเป็นคนละประเด็นกับกรณีล่าสุดที่ตนยื่นเรื่องให้เอาผิดนายอภิสิทธิ์และครม. เนื่องจากการยกคำร้องนายสุเทพเป็นการร้องเรียนเรื่องการจ่ายเงินแพงเกินจริงในการซื้อเรือเหาะ แต่กรณียื่นเอาผิดนายอภิสิทธิ์และครม.เป็นกรณีอนุมัติใช้งบกลาง รายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น โดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพราะไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และไม่ได้ขออนุมัติหลักการจากครม.ก่อน ในกรณีการจัดซื้อที่มีงบประมาณเกิน100 ล้านบาท จึงเป็นคนละประเด็นชัดเจน และเป็นประเด็นใหม่ที่ป.ป.ช.หยิบยกมาตรวจสอบได้แน่นอน
นายเรืองไกร กล่าวว่า ในส่วนครม.ที่เข้าร่วมประชุมครม.วันที่ 10 มีนาคม 2552 ที่ร่วมอนุมัติงบกลาง 350 ล้านบาทจัดซื้อเรือเหาะ จะต้องร่วมรับผิดชอบและถูกตรวจสอบหมดทุกคน โดยขอโฟกัสไปที่ 3คน คือนายอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ อดีตรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง และพล.ต.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบกองทัพบก กลุ่มนี้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทั้งนี้กรณีการอนุมัติจัดซื้อเรือเหาะดังกล่าว เหมือนกิ้งกือตกท่อ ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์มาพลาดในเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่าจะผิดพลาดได้

