หน้าแรก การเมือง “ปปป.”หอบเอกส...

“ปปป.”หอบเอกสาร13,000แผ่น คดีเงินทอนวัด ชง ป.ป.ช.เอาผิด 19 ผู้ต้องหา

26.09.17 | 17:12 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ธนกุล รอง ผบก.ปปป. ได้นำสำนวนคดีทุจริตเงินอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 2555-60 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท แยกเป็น 21 สำนวน 33 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 13,000 แผ่น ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ ดำเนินการเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 19 ราย

พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าวว่า การยื่นสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากมีการยื่นสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดไปแล้วก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่ง โดยพบการทุจริตใน 23 วัด แต่วันนี้มีการยื่นสำนวนเพียง 21 วัด ยังเหลือในส่วนของ วัดบำเพ็ญเหนือ และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร จะต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมก่อนจะนำมายื่นต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 29 กันยายนที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ทั้ง 21 สำนวน แยกผู้กล่าวหาออกเป็น 3 ประเภท คือข้าราชการและอดีตข้าราชการ 13 ราย พระเถระ 4 ราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าว และประชาชน 2 ราย ซึ่งในส่วนของข้าราชการและพระบางรูป จะเป็นการดำเนินการในส่วนความผิด มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารก็จะโดนมาตรา 162 ฐานปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพิ่มอีกข้อหาด้วย ขณะที่พระบางรูปและประชาชน จะเป็นความผิดตามมาตรา 68 ฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ส่วนการออกหนังสือเชิญพระผู้ใหญ่ 4 รูป มารับทราบข้อกล่าวหานั้น มีเพียงพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดราชสิทธารามฯ เท่านั้นที่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา แต่กระบวนการหลังจากนี้ก็จะขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นนั้นร้อยละ 90 เจ้าอาวาส พระ และวัด ไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เป็นการดำเนินการของเข้าหน้าที่ระดับสูงและระดับกลางของ พศ. ซึ่งทางวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พอโดยเรียกเงินทอนก็ทำอะไรไม่ได้ มีเพียงส่วนน้อยที่พระและวัดมีส่วนรู้เห็น

พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าวว่า ผ่านมาทาง บก.ปปป.ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง พศ.เพื่อให้รับทราบรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการเพื่อให้ลงโทษทางวินัยแล้ว รวมทั้งรายงาน ศอตช.เพื่อดำเนินการต่อไป ในส่วนของพระเถระเอง ก็มีหนังสือกราบเรียนสมเด็จพระสังฆราชแล้ว รวมทั้งส่งหนังสือไปยังมหาเถระสมาคม(มส.) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าทางมหาเถระสมาคมจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป นอกจากนั้นทาง บก.ปปป.ยังมีข้อมูลการทุจริตเงินทอนวัดในลักษณะนี้อีกประมาณ 100 วัด ซึ่งเป็นข้อมูลจาก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีต ผอ.พส.ที่เคยให้ไว้ โดยพบว่ามีการทุจริตชัดเจน แต่มีงบประมาณในบางส่วนที่สูงมาก มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งทาง บก.ปปป.จะมีการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและทำสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลกลุ่มเดิมกับผู้กระทำผิดในคดี 2 ล๊อตแรก แต่อาจจะมีผู้กระทำผิดรายใหม่เพิ่มเข้ามาเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน ก็จะได้ข้อสรุปในบางส่วน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการดำเนินการของ บก.ปปป. และ ป.ป.ช. เป็นคนละส่วนกับการตรวจสอบภายในของสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.)