นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึง การประกาศ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพ.ศ.2560 ที่จะมีผลใช้บังคับใช้ในวันที่ 29 กันยายนว่า ในบทบัญญัติมาตรา 61นั้นได้กำหนดให้จำเลยจะต้องที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ไม่ได้ถูกคุมขัง ต้องมาแสดงตน ในการยื่นอุทธรณ์ ดังนั้นบทบัญญัติในส่วนนี้ เป็นบทบัญญัติในส่วนของวิธีพิจารณา โดยมิใช่เป็นบทบัญญัติในทางเนื้อหาสาระบัญญัติ จึงสามารถนำมาใช้ย้อนหลังกับบรรดาจำเลยในคดีใดที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์ได้ ผลก็ก็คือทำให้จำเลยซึ่งไม่ได้ถูกคุมขัง เป็นผู้อุทธรณ์จะยื่นอุทธรณ์ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์มิเช่นนั้น ศาลจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวในการใช้บทบัญญัติดังกล่าวตามบทเฉพาะการ ก็บทบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ในส่วนที่จะดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการต่อรัฐธรรมนูญนี้ เมื่อคดีใดก็ตามที่ยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ยังไม่ถึงที่สุดจึงต้องใช้บทบัญญัตินี้คือต้องให้มีตัวจำเลยมาปรากฏ ในกรณีที่จำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 28 กันยายน 2560 และบังคับใช้ในวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันถัดไป คือวันที่ 29กันยายน 2560 นั้น ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ได้แก่ มาตรา 25 ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้อง ไม่นับอายุความคดี กรณีจำเลยหลบหนีคดีระหว่างพิจารณาหรือหลังศาลพิพากษา มาตรา 27 ศาลรับฟ้องได้ กรณีผู้ถูกกล่าวหาถูกออกหมายจับแต่ยังไม่ได้ตัวมา ไม่มาศาลจากการประวิงคดีหรือไม่มีเหตุแก้ตัวอันควร มาตรา 30ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ กรณีจำเลยถูกออกหมายจับและไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือน มาตรา 28 ศาลรับฟ้องแล้ว ถอนฟ้องไม่ได้ มาตรา 40จำเลยไม่มาศาลในวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ทันที มาตรา 60 โจทก์-จำเลย อุทธรณ์คำพิพากษาได้ มาตรา 61จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต้องมาศาล มาตรา 62 คดีที่จำเลยถูกพิพากษาประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ต้องส่งให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษา แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ มาตรา 63 การวินิจฉัยอุทธรณ์ ใช้องค์คณะของศาลฎีกาจำนวน 9 คน มาตรา 69 และกฎหมายฉบับนี้ใช้ทั้งกับคดีที่ยังไม่เสร็จสิ้นและคดีใหม่

