ไม่ว่าจะทางด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะทางด้าน ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ล้วนดำเนินไปในลักษณะ “ลับ ลวง พราง”
เห็นได้จากการอ้างอิงข่าวจาก”สายลับ”ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิน วัตร อยู่ต่างประเทศใน “เบื้องต้น”
แล้วก็ออกมายืนยันว่าเป็น “ดูไบ”
ทั้งๆที่ข่าวทางด้าน”ความมั่นคง”อันปล่อยผ่าน”สนช.”ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษเรียบร้อยแล้วโดยใช้พาสปอร์ตเอกสิทธิ์เล่มแดง ซึ่งตรงกับที่”รอยเตอร์”อ้างแหล่งข่าวจากดูไบว่า ถึงกรุงลอนดอนตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน
ที่น่าสนใจก็คือ ทางด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เงียบ
เงียบอย่างผิดปกติ
หากยังจำกันได้ “ความเงียบ” อันมาจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นความเงียบในลักษณะเดียวกันกับเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม
ตอนนั้นมีแต่เบาะแสว่าจะไปฟัง”คำพิพากษา”
หากข้อมูลที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บินออกไปตั้งแต่ 00.20 น.ของคืนที่ต่อเนื่องระหว่าง 23-24 สิงหาคม
การโพสต์”ข้อความ”ในวันที่ 24 สิงหาคม คือการหลอก
ขณะที่หลังการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นับแต่มี”หมายจับ”เมื่อตอนสายของวันที่ 25 สิงหาคม ก็ไม่ปรากฎการเคลื่อนไหวอะไรเลย
มีแต่การเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร
ทั้งมิได้เป็นการเคลื่อนไหวอันเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากแต่เป็น”มองแต๊สกิเยอ”หากแต่เป็น 11 ปีรัฐประหาร 2549
”ความเงียบ”ต่างหากคือ”กลยุทธ์”
เป็นไปได้ที่การปล่อยประเด็น“ดูไบ”อันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และตามด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จะดำเนินไปเหมือน”เป้าหลอก”
เป้าหลอกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายทักษิณ ชินวัตร เปิดคางออกมาให้เห็น”เบาะแส”และ”ร่องรอย”
ขณะเดียวกัน ก็ปล่อยข่าวผ่าน”ไอ้ห้อย ไอ้โหน”ในลักษณะ”กึ่งจริง-กึ่งลวง” เพื่อหยั่งอุณหภูมิของ”กองเชียร์”
ทุกอย่างล้วนอยู่ในกรอบ”การศึกมิหน่ายเล่ห์”ทั้งสิ้น

