หมายเหตุ – ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติมาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ.2560 เพื่อใช้บังคับกรณีผู้ต้องหาหรือจําเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลได้หลบหนี ทําให้การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลต้องล่าช้า ส่งผลกระทบต่อนโยบายในการป้องปรามอาชญากรรม ขณะที่ปัญหาสําคัญคือ การไม่มีเจ้าพนักงานกํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ เพื่อป้องกันการหลบหนี นอกจากนี้เมื่อเกิดการหลบหนีก็ไม่มีเจ้าพนักงานที่มีอํานาจหน้าที่โดยตรง ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจําเลยเพื่อกลับมาดําเนินคดี ดังนั้นจึงตรากฎหมายเพื่อกําหนดมาตรการกํากับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวและการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจําเลยที่หลบหนี ต่อจากนี้เป็นสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 4 ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรา 108 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวก็ได้
บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องมิใช่เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตามที่ ก.บ.ศ.กำหนด ผู้ประกัน บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ.กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 5 ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามมาตรา 4 มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย เว้นแต่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้หลบหนีหรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น โดยผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณี
ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเป็นผู้ยากไร้และไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาลหรือเพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายค่าพาหนะแก่ผู้นั้นได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบ ก.บ.ศ.โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 6 การขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่หรือวันที่ได้รับแจ้งจากศาล และให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงลักษณะของภารกิจและระยะเวลาที่ต้องดำเนินการ
ประกอบด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบ ก.บ.ศ. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษาคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด
มาตรา 7 เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลซึ่งหลบหนีและได้ส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับมีสิทธิได้รับเงินสินบน และเจ้าหน้าที่ผู้จับมีสิทธิได้รับเงินรางวัล
มาตรา 8 การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามมาตรา 7 ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย
ต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว และหากศาลพิจารณาเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความยากง่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเป็นสำคัญ
ถ้ามีผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับหลายราย ให้ศาลสั่งแบ่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับเท่ากันทุกราย ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินในลักษณะอย่างเดียวกันตามกฎหมายอื่นแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบน หรือเงินรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
หลักเกณฑ์และอัตราในการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ.กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษาคำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
มาตรา 9 การเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ เงินสินบน และเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เบิกจ่ายจากเงินค่าปรับตามคำพิพากษาในคดีอาญา ก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน วิธีการเบิกจ่ายและรับเงินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ.กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 10 ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราว ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อทำหน้าที่ดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด แต่บุคคลดังกล่าวต้องไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) กำหนด ผู้ประกัน บุคคลซึ่งเป็นหลักประกัน หรือบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว
ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย เว้นแต่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้หลบหนี หรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น โดยผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณี และกำหนดให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวยื่นคำร้องเพื่อขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายต่อศาลชั้นต้นที่ได้ออกหมายปล่อยได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือวันที่ได้รับแจ้งจากศาล และให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงลักษณะของภารกิจและระยะเวลาที่ต้องดำเนินการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในระเบียบ ก.บ.ศ. โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลหลบหนี และต่อมามีการจับกุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยและได้ส่งตัวต่อศาลแล้ว ผู้แจ้งความนำจับมีสิทธิได้รับเงินสินบน และเจ้าหน้าที่ผู้จับมีสิทธิได้รับเงินรางวัล โดยบุคคลดังกล่าวต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อยภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อศาล พร้อมทั้งแสดงพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว และหากศาลพิจารณาเห็นว่าคำร้องนั้นฟังได้ ให้ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความยากง่ายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นสำคัญ
การเบิกจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ เงินสินบน และเงินรางวัล ให้เบิกจ่ายจากเงินค่าปรับตามคำพิพากษาในคดีอาญา ก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยวิธีการเบิกจ่ายและรับเงินดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ.กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อนึ่ง ในขั้นตอนพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในชั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอความเห็นและข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายหน่วยงาน ได้แก่ ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าหลบหนีประกัน และลดแรงจูงใจในการหลบหนีประกันให้ลดน้อยลง กระทรวงยุติธรรมมีข้อสังเกตในเรื่องอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ว่าจะมีความซ้ำซ้อนกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ และในเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า การที่กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจศาลแต่งตั้งบุคคลให้ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ย่อมเป็นผลดีในการแบ่งเบาภาระของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) ซึ่งต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการปล่อยตัวชั่วคราวตาม ป.วิ.อ. ในหลายๆ เรื่อง
ถ้าพิจารณาในเรื่องหลักการและเหตุผลความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ.2560 นี้แล้ว ถือได้ว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรการในการกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวและการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เพื่อให้สามารถนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ในขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าพนักงานกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ศาลกำหนด และยังไม่มีเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีไปกลับมาดำเนินคดี การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้มาใช้บังคับจึงย่อมเป็นผลดีในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

