‘บิ๊กโบ้’ วอนทุกฝ่ายอย่าโยงเหตุรุนแรง เผยกลุ่มเห็นต่างไฟเขียว ร่วมกำหนดเซฟตี้โซน

30.09.17 | 10:28 น.

เมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บรรลุผลสำเร็จว่า จำเป็นต้องดำเนินการให้ครบถ้วนทั้งในระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี ในระดับยุทธศาสตร์ รัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน คือ การปฏิเสธการก่อการร้าย และใช้แนวทางสันติวิธี ผ่านกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จึงได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง UN, OIC และองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อโดดเดี่ยวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจากการสนับสนุนทั้งปวง ไม่ว่าจะมาจากภายนอกประเทศ หรือจากประชาชนในพื้นที่ก็ตาม โดยมีหลักยุทธการ คือการควบคุมพื้นที่ คุมทรัพยากรและคุมประชาชน โดยการคุมพื้นที่นั้นจำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น ชุมชนเขตเมือง ชนบทป่าเขา และพื้นที่ชายแดน เพื่อจัดวางกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร อย่างเหมาะสมกับขีดความสามารถของกำลังแต่ละประเภท และใช้เทคโนโลยี รวมทั้งงานมวลชนเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุ หลักดังกล่าวนั้นงานมวลชนมีความสำคัญสูงสุดคือ ต้องให้ประชาชนในพื้นที่ประกาศอย่างชัดเจน 3 ประการ คือ 1.ไม่ยอมรับการก่อการร้าย 2.ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และ 3.ไม่เอาโจร ไม่ว่าจะมาจากการเมืองท้องถิ่น, อิทธิพลผลประโยชน์, ยาเสพติด และกระบวนการผิดกฎหมายต่างๆ

พล.อ.อักษรากล่าวว่า ส่วนระดับยุทธวิธีนั้น เป็นการชิงไหวชิงพริบระหว่างหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มผู้เห็นต่างสุดโต่ง โดยการนำบทเรียนจากความผิดพลาดมาซ้อนกลผู้ก่อเหตุ และกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธให้หมดสิ้นไป ด้วยการใช้เทคโนโลยีและการปฏิบัติทางยุทธวิธีที่เหนือกว่าเอาชนะฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์บางท่านได้พยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากการพูดคุยเพื่อสันติสุข จนสร้างความสับสนให้ผู้อำนวยความสะดวก และสร้างความหวาดระแวงให้กับขบวนการผู้เห็นต่าง ดังนั้นตนได้มอบหมายให้คณะพูดคุยเดินทางไปสร้างความเข้าใจกับผู้อำนวยความสะดวกผ่านไปยังกลุ่มผู้เห็นต่าง เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ยังคงดำรงความต่อเนื่องของการพูดคุย ซึ่งเป็นงานยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการจัดสร้างพื้นที่ปลอดภัย อันเป็นความหวังของประชาชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่อไป และจากการประสานในขั้นต้นทราบว่า กลุ่มผู้เห็นต่างมีความพร้อมและยินดีที่จะร่วมมือ เพื่อกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังเสร็จงานพระราชพิธีแล้ว

“ดังนั้นผมจึงใคร่ขอให้นักวิเคราะห์และสื่อมวลชนทั้งหลายได้กรุณานำเสนอบทวิเคราะห์ในเชิงสร้างสรรค์ โดยไม่นำผลการปฏิบัติทางยุทธวิธีมากล่าวโทษว่าเกิดจากความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ และให้การสนับสนุนแนวทางสันติวิธีของรัฐบาล ซึ่งเท่ากับเป็นการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทำให้ผู้ก่อเหตุขาดความชอบธรรม และต้องยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน เพื่อลดการสูญเสียนั่นเอง” พล.อ.อักษรากล่าว