เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศ เปิดเผยว่า รวบรวมข้อมูลคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องรอ 2 เรื่อง คือ 1.รอคำชี้แจง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ว่าเข้าไปพัวพันในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และมีการใช้รถที่ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายหรือไม่ ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ จะมายื่นเอกสารคำชี้แจงที่ตน ถ้าไม่มาชี้แจงก็มีความผิดทางวินัย 2.รอผลการตรวจดีเอ็นเอที่บ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา แล้วนำมาตรวจเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอที่อยู่ในรถยนต์คัมรี่ ว่าตรงกับดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ ถ้าตรงก็มีข้อพิจารณาเพิ่มเติม ทั้งนี้ต้องมาดูว่าคณะกรรมการจะรอผลการตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ ถ้าไม่ต้องรอตนก็จะสรุปภายในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าต้องรอก็อาจจะต้องเลื่อนไป เพราะว่าผลดีเอ็นเอต้องใช้เวลา คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 วันนี้
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ต้องสอบสวน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ไม่มีแล้ว ข้อเท็จจริงก็ปรากฏตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้รวบรวมมาทั้งหมด ด้านอาญาได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วนทางวินัยจะมีความผิดหรือไม่ ทางคณะกรรมกำลังพิจารณาสำหรับพฤติการณ์ในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีไปที่ อ.อรัญประเทศ เป็นคำรับสารภาพของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ แต่ในเชิงของการรวบรวมพยานหลักฐาน ก็ต้องดูว่าดีเอ็นเอที่อยู่บนรถตรงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ ตอนนี้ก็เป็นสาระสำคัญ
“ขั้นตอนการดำเนินการในการชี้มูล ทั้งทางอาญาและวินัย ในส่วนของคณะกรรมการ จะรวบรวมพยานหลักฐาน และมีความเห็น ถ้าข้อเท็จจริงที่ผมรวบรวม มีความผิดอาญาในข้อหาไหน ผิดวินัยในเรื่องอะไร หรือถ้าผิดทั้งอาญาและวินัย ก็จะมีความเห็นเสนอผู้บัญชาการ จากนั้นผู้บัญชาการจะพิจารณา หากเป็นความผิดอาญาจะส่งไปที่ ป.ป.ช. ถ้าเป็นความผิดทางวินัยก็ส่งไปที่ บก.น.5 ให้ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้คณะกรรมการที่แต่งตั้งมา ล้วนเป็นคนที่มีความรู้หมด บางคนจบเนติบัณฑิต บางคนมีความชำนาญด้านคดีวินัย ผมให้อิสระทุกคนแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตามความผิดทางวินัย ของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ โทษสูงสุดกรณีนี้ คือให้ออกจากราชการ ” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าว

