เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยถึงการกำหนดกรอบแนวทางและกระบวนการในการจัดทำแผนการปฏิรูปว่า เราได้รวบรวมและสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนที่ผ่านมา เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดในการปฏิรูปที่เน้นให้เกิดดุลยภาพทางการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ภาครัฐ สื่อสารมวลชน และประชาชนผู้บริโภค รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ควรเน้นการส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพ คุณธรรมและจริยธรรมที่ดี มากกว่าการกำกับควบคุม
นายจิรชัยกล่าวต่อว่า จากนั้นจึงกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อการปฏิรูปประกอบด้วย เป้าหมาย พันธกิจ ปรัชญาแนวคิด กรอบยุทธศาสตร์ และวิธีการทำงาน ซึ่งคณะกรรมการเห็นชอบแล้ว ดังนี้ เป้าหมายดุลยภาพแห่งเสรีภาพบนพื้นฐานจริยธรรม และการกำกับดูแลบนพื้นฐานประชาธิปไตย โดยมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก 3 ส่วน คือ ภาครัฐ ผู้ผลิต และผู้บริโภค ซึ่งต่างมีความสัมพันธ์ต่อกัน ได้แก่ รัฐต่อผู้ผลิต มีความสัมพันธ์ในเรื่องเสรีภาพและความสุจริตทางวิชาชีพ ผู้ผลิตต่อผู้บริโภค สัมพันธ์กันในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม และความรู้เท่าทันต่อข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนผู้บริโภคต่อรัฐ สัมพันธ์กันในเรื่องสิทธิในการรับรู้ข่าวสาร พันธกิจคือพัฒนาการทำงานของสื่อให้มีเสรีภาพบนรากฐานของการมีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคม ตามหลักการของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนวางแนวทางในการรณรงค์ให้ผู้ผลิต ผู้เสพข่าวสารและสาระอื่นๆ ในพื้นที่ดิจิทัลด้วยสำนึกของความรับผิดชอบและมีจริยธรรม ส่วนปรัชญาแนวคิดสร้างดุลยภาพระหว่างการกำกับที่มีความชอบธรรมและเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อและการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษาเสรีภาพของการแสดงออก การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสารคือเสรีภาพของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย
นายจิรชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้กรรมการได้ร่วมกันพิจารณาคัดแยกข้อเสนอการปฏิรูปที่ผ่านมาและจัดส่งให้ฝ่ายเลขานุการเพื่อรวบรวมสรุปเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป โดยยึดกรอบการดำเนินงานเพื่อการปฏิรูปที่คณะกรรมการได้เห็นชอบแล้วในการกลั่นกรองคัดแยก โดยการคัดแยกจะดำเนินการ 2 แนวทาง ได้แก่ 1.ตามกรอบกลไกยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย 5 กลุ่ม คือ ด้านกฎหมาย ด้านมาตรฐานวิชาชีพ ด้านภารกิจเพื่อประชาชน ด้านการสร้างจิตสำนึก และด้านพลวัตการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และ 2.ตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก ซึ่งประกอบด้วย 6 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐต่อผู้ผลิต ภาครัฐต่อผู้บริโภค ผู้ผลิตต่อภาครัฐ ผู้ผลิตต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคต่อภาครัฐ และผู้บริโภคต่อผู้ผลิต เพื่อพิจารณาสัดส่วนของข้อเสนอตามกลุ่มดังกล่าว พิจารณาบริบทในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การปรับแก้ไขกฎหมายที่แล้วเสร็จ และการเกิดขึ้นของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นต้น เพื่อพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอที่ยังมีความจำเป็น และควรสอบถามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อเสนอการปฏิรูปจากหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการจะรวบรวมประเด็นการปฏิรูปอื่นๆ มาประกอบการพิจารณาคัดกรองด้วย เช่น การปฏิรูปการกำกับดูแลกิจการอวกาศและวงโคจรดาวเทียม การปฏิรูประบบและเครื่องมือสื่อสารและโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนกิจการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น
“ภายหลังการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเสร็จแล้ว จะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยอาจแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มหน่วยงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ 2.กลุ่มสื่อสารมวลชน 3.กลุ่มตัวแทนประชาชนผู้บริโภคสื่อ และ 4.กลุ่มผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อรับฟังและระดมความคิดเห็นต่างร่างแผนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศต่อไป” นายจิรชัยกล่าว

