09.00 INDEX จาก 29 มกราคม ถึง 29 มีนาคม บทสรุป ‘รัฐประหาร’ พฤษภาคม

13.03.16 | 09:12 น.

สถานการณ์ทางการเมืองนับแต่ “การเปิดตัว” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์

เมื่อวันที่ 29 มกราคม

ถือว่า “สำคัญ” ถือว่า “แหลมคม”

สถานการณ์ทางการเมืองใน “ปิดตัว” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ครบถ้วนของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในวันที่ 29 มีนาคม

ยิ่ง “สำคัญ” ยิ่ง”แหลมคม”มากกว่า

Advertisement

ไม่เพียงแต่สัมผัสได้จากปฏิกิริยาอันมาจาก นายอุทัย พิมพ์ใจชน ประสานเข้ากับ นายแก้วสรร อติโพธิ ประสานเข้ากับ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล

หากแม้กระทั่ง นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ก็ไม่ควรมองข้าม

หากแม้กระทั่ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ก็ไม่ควรมองข้าม

ยิ่งปฏิกิริยาจาก นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รวมเข้ากับ นายนิกร จำนง ยิ่งจำเป็นต้องล้างหูน้อมรับฟัง

ยังความเฉียบขาดจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นเล่า

รัวมาเป็นชุด นอกจากที่ทำเป็นข้อเสนอ 16 ข้อในนามของ”คณะรัฐมนตรี”ส่งตรงให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว

ยังมี “เครื่องพ่วง” เหมือนกับ”หางเครื่อง”ตามมาอีก

โดยเฉพาะข้อกำหนดให้ ส.ว.มาจากกระบวนการ”ลากตั้ง”โดยคณะกรรมการเลือกสรรจาก”คสช.”

ในนามแห่ง “หลักประกัน” ของ “อำนาจ”

ในนามแห่งการดำรงอยู่ของ “อำนาจ” ทางการเมืองภายในห้วงเวลาที่เรียกกันไพเราะเสนาะหูว่า

“ระยะเปลี่ยนผ่าน”

เด่นชัดอย่างยิ่งว่า เป็นระยะเปลี่ยนผ่านภายหลังการเลือกตั้งในปี 2560 อย่างน้อย “5 ปี”

ชัดเจน แจ่มแจ้ง ไม่อ้อมค้อม

ตรงนี้เองคือ รูปธรรมและหลักประกันอันแน่นอนมั่นคงว่า รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จะไม่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นจากรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

นั่นก็คือ เป็นรัฐประหารที่จะไม่”เสียของ”

การตัดสินใจ ประมวลและสรุปของ “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ”ที่จะประกาศในวันที่ 29 มีนาคม

จึง “สำคัญ” จึงทรง”ความหมาย”

พลันที่ปรากฏเสียงสำทับจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในเรื่องอำนาจทางการ เมืองใน “ระยะเปลี่ยนผ่าน” อย่างน้อย 5 ปี

ความแจ่มชัดก็เป็นที่ปรากฎ

เป็นความแจ่มชัดในจุดต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กับ รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

เพราะเมื่อปี 2549 ดำเนินไปในลักษณะ “ทำให้”

นั่นก็คือ มอบตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” เป็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่รัฐประหารปี 2557 ไม่ใช่

ความเด่นชัดอย่างยิ่งก็คือ มิได้มอบตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี”ให้คนอื่น อำนาจอื่น แต่เข้าดำรงตำแหน่งด้วยตนเอง

จากนั้น ก็จัดวางแม่น้ำอีก 4 สายเพื่อรองรับเป้าหมาย “คสช.”

เป้าหมายเป็นอย่างไร ยิ่งใกล้วันที่ 29 มีนาคม ยิ่งมีความเด่นชัด ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม

นั่นก็คือ จะดำรง”อำนาจ”ต่อไปอีก

ตรงนี้แหละที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในฐานะอันเป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สายจะต้องลงมือกระทำการ

กระทำการเพื่อให้รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ต่างจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

นั่นก็คือ “ไม่เสียของ”