ดีเดย์เปิดใช้การ์ดรูดปรื๊ด 1 ตุลาคมที่ผ่านมา “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรผู้มีรายได้น้อย” กว่า 11 ล้านคน ที่รัฐควักเงินร่วม 4.2 หมื่นล้านบาท โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับเงิน 300 บาท/เดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้ 3 หมื่นบาท-1 แสนบาท/ปี จะได้ 200 บาท/เดือน โดยนำบัตรไปรูดซื้อสินค้าจำเป็นในร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/3 เดือน รวมทั้งได้วงเงินขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาท/เดือน รถ บขส. 500 บาท/เดือน และรถไฟ 500 บาท/เดือน
หลังจากการนำบัตรไปรูดใช้สินค้าอย่างคึกคักทั่วประเทศ ลองไปฟังเสียงชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้บ้างว่า มีความรู้สึก นึกคิดอย่างไร
เริ่มที่นางทองอยู่ อิ่มจันทร์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/2 ต.บ้านบุ่ง อ.เมืองพิจิตร บอกว่า ได้วงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 200 บาท ซึ่งน้อยเกินไป อยากให้รัฐเพิ่มมากกว่านี้ แล้วทำไมบางคนได้ 300 บาท ทั้งที่ฉันก็ไม่มีบ้านอยู่
ที่ร้านสะดวกซื้อท็อปมาร์ท คอนวีเนียนสโตร์ท้องถิ่นของ จ.พิษณุโลก ลุงหยุ่น บัวแก้ว ชายพิการชาวพิษณุโลก ต้องนั่งรถโยกสามล้อนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้บริการ โดยพนักงานขายช่วยเลือกซื้อสินค้า อาทิ น้ำตาลทราย และนมข้นหวาน เพื่อนำไปทำกาแฟขาย โดยใช้เงินไป 294 บาท โดยลุงหยุ่นบอกว่า โครงการนี้ช่วยคนมีรายได้น้อยได้จริง
ด้านเจ้าของร้านที่ร่วมโครงการอย่างนายเกียรติภูมิ แซ่จ๋าว อายุ 46 ปี เลขที่ 26 หมู่ 17 ต.ฝายกวาง อ.เชียงตำ จ.พะเยา เจ้าของร้าน เกียรติภูมิ ที่เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ บอกว่า บริษัทจากส่วนกลางในกรุงเทพฯที่ร่วมโครงการ ยังไม่ส่งสินค้ามา 48 รายการ อย่างไรก็ตามมีชาวบ้านมาใช้บริการมากพอสมควร ต้องจัดระเบียบเข้าคิวในการรูดบัตรและรับของ โดยทางร้านพร้อมจะให้บริการชาวบ้านเต็มที่
นางฉวีวรรณ พลเยี่ยม ชาวอำเภอเมืองบึงกาฬ บอกว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นประโยชน์มาก วงเงินที่ได้จะนำมาซื้อของใช้ เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน จะนำบัตรไปรูดซื้อสินค้าที่จำเป็น ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย
ด้าน นางประนอม ฐานบำรุง ชาวอำเภอศรีวิไล จ.บึงกาฬ บอกว่า ฉันเป็นแม่บ้าน ได้รับบัตรสวัสดิการตั้งแต่วันแรกที่แจก ขอบอกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดีหลายอย่าง ช่วยเหลือครอบครัวได้มาก โดยนำไปซื้อสินค้าต่างๆ เช่น น้ำมันพืช ผงซักฟอก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะพอสมควร
นางสมหญิง เลือดกระโทก ราษฎร ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา กล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า ใน อ.โชคชัย ยังไม่มีร้านค้าไหนมีเครื่องรูดบัตร ทั้งๆ ที่เป็นอำเภอที่มีจำนวนประชากรมากเป็นลำดับต้นๆ ของนครราชสีมา สิทธิการใช้บัตรก็มีเพียงซื้อสินค้าและก๊าซหุงต้มเท่านั้น ไม่สามารถช่วยค่าเดินทางได้ เนื่องจาก อ.โชคชัยไม่มีรถไฟและรถ บขส.แล่นผ่าน
”ฝากถึงนายกฯ หาแนวทางนำส่วนลดค่าเดินทางมาเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าให้ด้วย จะได้ช่วยเหลือชาวบ้านในท้องถิ่นที่ห่างไกลได้อย่างแท้จริง และเท่าเทียมกับพื้นที่อื่น” นางสมหญิงฝากถึงนายกฯ
นายมงคล พรหมพุทรา อายุ 54 ปี 211 ถนนสืบศิริ ซอย 5 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา บอกว่า ได้บัตรผู้มีรายได้น้อย 300 บาท/เดือน มาใช้ซื้อนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงซักฟอก ยาสระผม มีโครงการนี้บรรเทาความเดือดร้อนต่อเดือนได้เยอะ อยากให้มีโครงการแบบนี้ตลอดไป เพราะคนจนจะได้สบายขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องลำบาก
น.ส.อัมพิกา สอนจะบก อายุ 40 ปี 1681/2 ถนนสืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งได้บัตรผู้มีรายได้น้อย 300 บาท บอกว่ามาใช้ซื้อเครื่องอุปโภค ยาสระผม สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดี ให้ประชาชนได้มีของใช้ทุกเดือนบรรเทาความเดือดร้อนได้ อยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินเป็น 500 บาท ประชาชนจะได้ใช้พอดีไม่ต้องเพิ่มเงิน
นางสมศรี วิสุทธิแพทย์ ผู้มีรายได้น้อยนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ที่สหกรณ์ร้านค้า จ.ตราด บอกว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถลดค่าครองชีพได้ ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แม้เงินจะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง
นางบุปผา ก้อนทอง อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 103 ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี บอกว่า ใน ต.ทุ่งโพนั้นไม่มีร้านธงฟ้าประชารัฐที่ให้รูดบัตรได้ ต้องนั่งรถสองแถวไปที่ตัว อ.หนองฉาง ระยะทางกว่า 10 กม. เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาะน้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และซอสปรุงรส
”ดีใจมากที่ได้รับสิทธิ โครงการที่รัฐบาลจัดขึ้นมานี้ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้ดีมาก ช่วยเรื่องของค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และช่วงนี้ใกล้ออกพรรษา ทำให้พอมีเงินซื้อของไว้ไปทำบุญที่วัดได้อีกด้วย ขอขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการนี้ อยากให้โครงการนี้อยู่ไปนานๆ” นางบุปผากล่าวด้วยความดีใจ
นายเจ๊ะบาราเหม ปะดูกา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 ถนนหนองยวน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง บอกว่า “เป็นโครงการที่ดีมาก ผมชอบที่รัฐเข้ามาช่วยเหลือคนยากไร้ ดีใจและขอบคุณนายกฯที่จัดให้มีโครงการดีๆ”
น.ส.รุสนา ดาโอ ชาวบ้าน อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เล่าว่า เดินทางมาซื้อสินค้าที่ อ.สุไหงโก-ลก พร้อมญาติพี่น้องในหมู่บ้าน เพราะที่ อ.สุไหงปาดีร้านธงฟ้าประชารัฐยังติดตั้งเครื่องอีดีซีไม่เรียบร้อย สำหรับสินค้าที่ซื้อส่วนใหญ่เป็นข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาลทราย และนมผงสำหรับเด็ก วงเงินที่ได้ 300 บาทไม่เพียงพอกับสินค้าที่ซื้อไป จึงต้องควักเงินของตัวเองเพิ่ม แต่ก็ดีกว่าต้องจ่ายเองทั้งหมด
”ขอขอบคุณรัฐบาลที่มีนโยบายช่วยเหลือคนจน และอยากจะขอสวัสดิการเพิ่มเติมในส่วนของค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่เป็นภาระของครอบครัวผู้มีฐานะยากจนด้วย” น.ส.รุสนาวอนขอรัฐเพิ่ม
นางกองคำ ใจเงิน อายุ 63 ปี ชาวบ้านทรายคำ หมู่ 15 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ยิ้มร่า บอกว่า ดีใจมาก ดีใจสุดสุด เพราะทำให้มีเงินมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ประจำบ้าน ประหยัดเงินในกระเป๋าไปตั้ง 300 บาท แต่ฉันก็ซื้อสินค้าเกินวงเงินที่ได้รับไปอีก 80 บาท แต่ก็เท่ากับฉันจ่ายเงินตัวเองไปแค่ 80 บาท เดือนนี้ซื้อหมดวงเงินเลย เพื่อตุนของไว้ใช้ตามประสาคนแก่ที่ไม่ค่อยออกบ้านไปไหน
“ขอบคุณรัฐบาลนะที่ทำให้คนแก่มีความสุข ปกติที่ได้เงินผู้สูงอายุ 600 บาท/เดือน ก็ไม่ค่อยพออยู่แล้ว เมื่อได้อีก 300 บาท ก็ทำให้ซื้อของใช้จำเป็นได้เพิ่ม ไม่ต้องขอลูก”
ขณะที่สองสามีภรรยาชาวบ้านเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ นายสุพรรณ จันทร์แดง อายุ 25 ปี อายุชีพขับรถส่งของ และ น.ส.ฉัตรชนก โพธิ์ธนา อายุ 24 ปี อาชีพรับจ้าง บอกว่า เราทั้งคู่เป็นผู้มีรายได้น้อย จึงรู้สึกดีใจที่ได้บัตรคนจนวงเงินคนละ 300 บาท จึงมาซื้อนม กางเกงผ้าอ้อม ให้ลูกใช้ เงิน 300 บาทไม่น้อยเลย เพราะมีคนจำนวนมากทั่วประเทศที่ได้ใช้บัตรนี้ ดีใจที่ได้เป็นครอบครัวคนจนที่รัฐบาลมองเห็น และมอบเงินมาช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายซื้อสินค้าของใช้จำเป็น
เป็นเสียงขอบคุณรัฐบาลและร้องขอวงเพิ่มเติม ที่หวังว่าจะได้รับสวัสดิการดูแลปากท้องได้อย่างทั่วถึงและดีขึ้นกว่าเดิม

