แม้จะเคยประสบกับ “โรคเลื่อน” ไม่ว่าจะเป็น”ปฏิญญาโตเกียว”ไม่ ว่า “ปฏิญญานิวยอร์ค”
แต่ต่อ “ปฏิญญาทำเนียบขาว”มากด้วย”ความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในห้วงแถลงข่าวว่า
“ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้ถามเรื่องการเลือกตั้ง แต่ผมได้แสดงความเชื่อมั่นออกไป เพราะไม่ได้ปกปิดใคร ไม่ได้บิดเบือน อย่างที่หลายคนกล่าวอ้าง”
เป็นความมั่นใจเหมือนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มั่นใจ
“กฎหมายลูก 4 ฉบับเมื่อทำเสร็จก็จะมีเลือกตั้ง และไม่ใช่ว่าคสช.จะอยากอยู่หรือไป มันไม่เกี่ยว”
ความมั่นใจของ”คสช.”ครั้งนี้สำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันมาจาก “ทำเนียบขาว” สหรัฐ
หรือที่รับรองโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เท่ากับเป็น “อนุสาสน์” ที่ไม่ว่า นายวิษณุ เครืองาม จะต้องสนอง
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหมือน”สัญญาณ”
1 สัญญาณไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ทำ “กฎหมายลูก”
1 สมาชิกสนช.อันเป็น”ด่านสุดท้าย”
“เผือกร้อน” ว่าด้วย “กฎหมายลูก” อันมีผลต่อ “การเลือกตั้ง”จึงหลุดจากมือของคสช.และรัฐบาล
ตกอยู่ในมือ 1 กรธ. และ 1 สนช.
นับจาก”ปฎิญญาทำเนียบขาว”ประกาศและสำแดงตัวออกมาแสงแห่งสปอตไลต์ฉายจับไปยัง 2 คน
1 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ 1 นายพรเพชร วิชิตชลชัย
ในฐานะที่ 2 คนนี้เป็นหัวขบวนในทางกฎหมายอันร่วมอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “แม่น้ำ 5 สาย”สำนวน นั่นก็คือ นั่งอยู่ใน”เรือแป๊ะ”
เมื่อ “แป๊ะ”ได้ส่งเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำจาก”ทำเนียบขาว”และมีการขานรับจาก”ทำเนียบรัฐบาล”ว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยและจะต้องมีการประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561
“มือกฎหมาย”เหล่านี้จะทำอย่างไร

