
⦁…ผลไปเยือนสหรัฐ นอกจากความดีอกดีใจก่อนไปของ “คสช.” ที่ได้สัมผัส “ความรู้สึกยอมรับจากมหาอำนาจ” แล้วมีอะไรมากกว่านั้น “ผลประโยชน์ที่ประเทศชาติได้รับ” มีอะไรบ้าง หรือกระทั่ง “ความภาคภูมิใจ” หลังกลับมา มีมากมายแค่ไหน คงต้องรอค่ำวันศุกร์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า “ที่พูดมาก็ต้องมีส่วนดีบ้างไม่เช่นนั้นจะอยู่มาได้ 3 ปีหรือ”
⦁…สำหรับสิ่งที่ “คนไทยทั้งประเทศ” ได้จากวาระที่ “หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ของเรา พบกับ “ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา” ครั้งนี้คือรู้เสียทีว่า “ประเทศจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในปีหน้า” แม้จะไม่ชัดเจนว่าช่วงไหน เดือนไหน แต่คำว่า “ปีหน้า” ก็มีความหมายยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่คิดว่า “สิทธิประชาชนมีความสำคัญกับการบริหารจัดการประเทศ” แม้ว่า “กติกาใหม่” จะยังสร้างความคลางแคลงเรื่อง “ความเท่าเทียม” ในใจก็ตาม คงต้องขอบคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้ “มีโอกาสได้รับทราบชะตากรรมประชาธิปไตยของประเทศ”
⦁…แนวคิดที่น่าชื่นชมเป็นของ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ในหมวก “ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม” ที่เริ่มหาวิธีทำให้ “ประชาชน” ได้รับ บำเหน็จ บำนาญ เหมือน “ข้าราชการ” อันเป็นเรื่องที่จะสะท้อนคุณภาพการพัฒนาประเทศได้ชัดเจนที่สุด บ้านนี้เมืองนี้ดูแล “ข้าราชการ” ที่มีรายได้ และสวัสดิการจาก “ภาษีประชาชน” มานานแล้ว เมื่อมีคนคิดให้ “ประชาชน” ซึ่งน่าจะถือว่าเป็น “นายจ้าง” มีหลักประกันที่เท่าเทียมกับ “ข้าราชการ” ที่น่าจะถือว่าเป็น “ลูกจ้าง” ย่อมเป็นเรื่องทำให้
รู้สึกว่าสังคมนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ
⦁…กลายเป็นความโกลาหลได้อย่างเหลือเชื่อ “โปรเจ็กต์เก็บค่าใช้น้ำ” ที่ตั้งแท่นกันเป็นอย่างดี “กฎหมายบริหารน้ำ” ผ่าน “คณะรัฐมนตรี” สู่ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ผู้เกี่ยวข้องหลายคนออกมาอธิบายกันเป็นฉากๆ ว่า “ถึงเวลาที่จะต้องเก็บค่าใช้น้ำ” ลงไปในรายละเอียดเสียด้วยซ้ำว่า “ใครจะต้องเสียอย่างไร” แต่แล้ว “บิ๊กตู่” เสียงเขียวมาจาก “อเมริกา” ว่า “ไปสั่งให้ทำเรื่องนี้แต่เมื่อไรวะ” เท่านั้นเอง “เข้าเกียร์ถอยกันไม่เป็นขบวน” แม้จะพอเบรกทันด้วยการให้ “คณะกรรมาธิการ” ปลดล็อก แต่เป็นเรื่องที่สะท้อน “ความไม่เข้าใจประชาชน” อีกเรื่อง
⦁…และที่เป็นบทเรียนสำคัญของ “คณะผู้บริหารที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน” ทำให้ห่างไกลข้อมูล “ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่เป็นจริง” จัดการจากที่ “คิดว่าควรจะเป็น” โดยหลุดลอยจาก “ที่เป็นจริง” ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ต่างจาก “ห้ามนั่งกระบะรถปิกอัพ” หรืออีกบางเรื่องที่สั่งไปแล้ว
“ถอยกันทุลักทุเล”
⦁…ระหว่าง “นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” กับ “คนที่ดิ้นรนหาทางเสวยวาสนาจากการแต่งตั้ง” ความต่างอยู่ที่ “ความใส่ใจต่อประชาชน” ซึ่งจะทำให้รับรู้ “ความเป็นจริงที่ทำเป็น กับการบริหารจัดการ” หาก “ผู้มีหน้าที่” คิดถึงแต่ “โจทย์ของผู้มีอำนาจ” โดยไม่มี “สัมผัสพิเศษ” ที่จะทำให้เข้าใจ “ความเดือดร้อนของชาวบ้านร้านตลาด” โอกาสจะทำเรื่องที่ “เป็นไปไม่ได้” แบบนี้ ย่อมเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าเป็นธรรมดา
⦁…ที่สำคัญคือ “เรื่องราวแบบนี้” เกือบจะ “ประชาสัมพันธ์” ให้รับทราบ เพื่อให้ “ประชาชนเตรียมเนื้อเตรียมตัว” ยังไม่มีกระทั่ง “ความรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ต้องทำ” ด้วย “ทีมงานที่ไม่มีวันเข้าใจชาวบ้าน” แบบนี้ “ผู้บริหาร” มีแต่ต้องเหนื่อยไม่รู้จบ กับ “คำสั่งที่ออกไปแล้วไม่ได้รับการยอมรับ”
⦁…เรื่องราวของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันว่าด้วยยุทธศาสตร์ “ไม่ทำในเรื่องที่ไม่ควรทำ” ไม่เพียงสะท้อน “ความเด็ดเดี่ยว” เท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกส่องไปถึง “ศักดิ์ศรีของใครต่อใครอีกหลายคน” ในหนทางที่ “เลือกเดิน”
ชโลทร

บุญเกื้อ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ในโอกาสครบรอบ 15 ปี
วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพลังงาน และก้าวสู่ปีที่ 16 ในวันที่ 3 ตุลาคม 2560

ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน สืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมมอบน้ำดื่ม จำนวนรวม 8 แสนขวด เพื่อนำไปให้บริการประชาชนที่มากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.ต.เธียรพงศ์ เมืองพรหม ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณเต็นท์ กอร.รส. ตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ สนามหลวง เมื่อเร็วๆ นี้

จำกัด (มหาชน) โดยมี วรรณดี สนชัย ผอ.ดอนเมือง, ศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม
บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนต์ จำกัด, สุธาสินี ม่วงรุ่ง รองผู้อำนวยการ
ฝ่ายสิ่งแวดล้อม AOT เข้าร่วม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น


พรวิช ศิลาอ่อน ผอ.สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) จัดสัมมนาเรื่อง “Video Marketing วิดีโอออนไลน์ การตลาดยุคใหม่ที่ไม่ควรพลาด” เพื่อส่งเสริมยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ธุรกิจชุมชน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษาที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นผู้ประกอบการใหม่

“ก้าวเพื่อชีวิต” ซึ่งเป็นการเดินเท้าการกุศลจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มายังโรงพยาบาลศิริราช
เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-7 ตุลาคม หารายได้สมทบทุนสำหรับจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์
