หน้าแรก การเมือง สมชัย ยื่น ผู...

สมชัย ยื่น ผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน.ตีความ เซตซีโรกกต. ชี้ ขัดหลักนิติธรรม

4.10.17 | 17:13 น.

“สมชัย” ยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรธน.ตีความ ปมเซตซีโร ชี้ ขัดหลักนิติธรรม -นิติประเพณี -สิทธิเสรีภาพบุคคล ด้านรักษเกชา เผย จ่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมผู้ตรวจฯ อังคารหน้า


เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้วินิจฉัยและเสนอเรื่องพร้อมความเห็น ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 230 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 231 วรรคหนึ่ง ว่า มาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่กำหนดให้ประธานกกต.และกรรมการกกต.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่ง นับแต่วันที่ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลบังคับใช้ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 273 หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ที่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ทั้งในเรื่องความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง การบังคับใช้ทั่วไป ความเป็นเหตุผล ความเป็นธรรม ซึ่งตามหลักกฎหมายปกติกฎหมายจะไม่มีผลย้อนหลังเป็นผลร้าย อีกทั้งยังมีปัญหาความโปร่งใสในกระบวนการทางกฎหมาย หลักความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของบุคคล ตามมาตรา 4 , 26 และมาตรา 27 และขัดกับหลักนิติประเพณีในการออกกฎหมายเพราะการลงมติในวาระสาม ขัดกับหลักการที่ลงมติในวาระแรก ซึ่งไม่ปรากฏถ้อยคำตามมาตรา 70 และยังขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มีการบันทึกในขณะร่างรัฐธรรมนูญว่า ให้กรรมการกกต. ที่มีคุณสมบัติครบสามารถดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปจนครบวาระด้วย

นายสมชัย กล่าวต่อว่า การขอให้วินิจฉัยในกรณีนี้ไม่ได้ทำเพราะยึดถือประโยชน์ส่วนตน หรือต้องการชะลอกระบวนการสรรหา กกต. ที่กำลังดำเนินอยู่ให้ต้องหยุดชะงัก หรือใช้สิทธิคุ้มครองให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการสรรหา โดยต้องการให้การสรรหาดำเนินการต่อไป ส่วนผลจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของอนาคต แต่ที่ยื่นคำร้องก็เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตและเพื่อไม่ให้เกิดมาตรฐานในการร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ เพราะขณะนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระบางองค์กรอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ สนช.หรือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระควรเป็นลักษณะเดียวกัน แต่ที่ผ่านมามีความแตกต่างสองประเภทคือ มีการเซตซีโร กสม.และกกต.แต่คุ้มครองให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ และอาจมีความแตกต่างในร่างกฎหมายอื่นอีก ทำให้มีมาตรฐานต่างกันขาดความเป็นเหตุผล ขัดหลักนิติธรรม จึงต้องยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะแม้ว่าสนช.จะเป็นองค์กรที่มีอำนาจออกกฎหมายแต่ต้องออกกฎหมายภายใต้หลักนิติธรรม และยึดหลักเสมอภาคด้วย ทั้งนี้ หากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของสนช.แล้ว ก็จะมีอีกช่องทางหนึ่งที่ตนสามารถยื่นคำร้องโดยตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้

ด้านนายรักษเกชา กล่าวว่า ทางสำนักงานฯจะนำเรื่องรายงานต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันอังคาร 10 ตุลาคม เพื่อพิจารณาว่าคำร้องอยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะรับไว้พิจารณาได้หรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.มีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญตามที่นายสมชัย ยื่นคำร้องหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาวินิจฉัย หากมีความเห็นต่างก็ต้องแจ้งให้นายสมชัยรับทราบ และไม่คิดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีแรงกดดันในการพิจารณาเรื่องนี้ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินที่คุ้มครองผู้ตรวจการแผ่นดินให้อยู่ครบวาระไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะการพิจารณาคำร้องจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

Advertisement