เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มีกิจกรรมครบรอบ 41 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน เพื่อรำลึกถึงวีรชนเดือนตุลาฯ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จัดโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ญาติวีรชนเดือนตุลา สมาคมญาติและวีรชน 14 ตุลา นายกองค์การนักศึกษา มธ. อดีต 18 ผู้ต้องหา 6 ตุลา สหภาพและสหพันธ์แรงงาน สมัชชาคนจน มูลนิธิ 14 ตุลา และเครือข่ายประชาชนหลายภาคส่วน โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานกรรมการจัดงาน
ภายในงานมีพิธีตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 19 รูป จากนั้นผู้แทนองค์กรต่างๆ ได้ร่วมวางพวงมาลารำลึกเหตุการณ์ เนื่องในวาระ 41 ปี 6 ตุลาคม 2519 และกล่าวไว้อาลัยวีรชน 6 ตุลาคม 2519
ต่อมา เวลา 10.00 น. มีการฉายภาพยนตร์สารคดีเนื่องในวาระ 41 ปี 6 ตุลาคม 2519 ของโครงการ “บันทึก ๖ ตุลา” ที่ห้องแอลที คณะนิติศาสตร์ พร้อมสนทนากับ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ธนาวิ โชติประดิษฐ์ อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และภัทรพร ภู่ทอง ผู้กำกับภาพยนตร์
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. อดีตแนวร่วมในเหตุการณ์ 14 ตุลาและเหตุการณ์ 6 ตุลา กล่าวว่า ความจริงนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ควรจะได้รับรู้ว่ามีการล้อมปราบและฆ่านักศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการฆ่ากันกลางเมืองหลวงและในรั้วมหาวิทยาลัย ที่เยาวชนและนักศึกษาควรจะจำเป็นบทเรียนให้มากและส่งทอดปัญหานี้สู่ประชาชน เพราะสังคมไทยไม่ค่อยเรียนรู้สักเท่าไหร่ และมักจะใช้วิธีบอกให้ลืมไปเถอะ อย่าไปคุ้ยเขี่ยเลย แล้วเดินหน้าใหม่ ซึ่งถ้าเราเอาแต่เดินหน้าใหม่ เราก็จะไม่มีบทเรียน และเดินซ้ำรอยเดิม
นางธิดากล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าการจะพัฒนาไปในเชิงก้าวหน้าได้ เราต้องมีบทเรียนจากประวัติศาสตร์ ต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีอะไรที่เป็นด้านลบต่อประชาชนและประเทศ ซึ่งเราต้องร่วมกันแก้ ด้านผู้ปราบปรามก็ต้องมีบทเรียน แต่ไม่ใช่บทเรียนว่าต่อไปคุณจะบดขยี้หรือปราบปรามได้ดีกว่าเดิม แต่ต้องเป็นบทเรียนของสังคมโดยภาพรวมว่า ถ้าเราคิดจะก้าวหน้าได้ ความจริงต้องปรากฏ และเดินไปตามหลักนิติธรรมให้ได้
“หลักนิติธรรมและการทำความจริงให้ปรากฏ 2 หลักนี้คือหลักของการปรองดอง ถ้าเราไม่สร้างหลักนิติธรรมให้เกิดขึ้น และไม่ทำความจริงให้ปรากฏ อย่าหวังเลยว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริง คงเป็นเพียงแค่คำโฆษณาหรูๆ” นางธิดากล่าว






