เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ตนเคยให้ความเห็นว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนรัฐธรรมนูญ กำหนดคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นองค์กรอิสระขั้นเทพ แถมยังกำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหาให้สูงขึ้นอีก เรียกว่าขั้นมหาเทพ กล่าวคือ ห้ามเป็นข้าราชการ ห้ามทำธุรกิจ ห้ามประกอบวิชาชีพอิสระ ต้องพ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี ไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆในองค์กรอิสระมาก่อนว่า สเปคดังกล่าวจะเป็นปัญหา คือไม่สามารถหาคนมาทำหน้าที่ดังกล่าวได้โดยง่าย หรือถ้าได้มาก็จะเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณในกรมหรืองานที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง เช่น เคยเป็นอธิบดีในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเคยพูดเล่นว่าจะได้อธิบดีกรมหม่อนไหม กรมการข้าว มาเป็นกรรมการสรรหา
นายสมชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ตนเห็นรายชื่อกรรมการสรรหา กกต.แล้ว ปรากฏว่าในฟากรายชื่อ ของตัวแทนจากองค์กรอิสระ 3 คน คนหนึ่งเป็น ศาสตราจารย์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนหนึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมการข้าวและกรมหม่อนไหม อีกคนหนึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตนเชื่อว่า ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ทั้งสามจะสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาได้อย่างดีและเที่ยงธรรม แม้ว่า อาจไม่มีประสบการณ์ตรงในด้านการเมืองการปกครองก็ตาม
นายสมชัย กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การกำหนดคุณสมบัติขั้นมหาเทพ จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่อง การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี เพราะเห็นว่า มีท่านหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพ้นจากตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี และเรื่องการไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆในองค์กรอิสระเพราะมีความเป็นไปได้ที่ผู้ที่เคยเป็นอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ อาจเคยได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการในองค์กรอิสระหนึ่งใด ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
“การขาดคุณสมบัติ ทำให้จำนวนกรรมการสรรหา เหลือเพียงแค่กรรมการที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่ทำให้กระบวนการสรรหาหยุดชะงัก ดังนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอจึงไม่ใช่การตีรวนกระบวนการสรรหา กกต. แต่เป็นการชี้ให้เห็นจุดอ่อนของการกำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ที่ กรธ.เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เผื่อว่าอนาคตอาจมีการแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป” นายสมชัย กล่าว

