นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าจะมีรัฐบาลใหม่ในปี 2562 ว่า คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้เสมอที่จะเกิดขึ้นแบบนั้น เพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้หมดในการเมืองไทย ถ้าถามตนว่าการเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ ก็คิดว่าเป็นไปได้ โดยปัจจัยที่จะทำให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปมีอยู่ 2 ประการ คือ 1.การจัดทำ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญทั้งสี่ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถ้าจัดทำไม่เสร็จ ส่งผลให้การจัดกิจกรรมทางการเมืองของพรรคก็ทำไม่ได้ โดยเฉพาะ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ถือเป็นภาคปฏิบัติที่สำคัญที่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งโดยตรง และ 2.ปัญหาเศรษฐกิจ จะทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ล่าช้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ ส่งผลให้การเลือกตั้งเลื่อนไป ส่วนปัญหาความไม่สงบภายใน คิดว่าเป็นปัจจัยรองไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะการเคลื่อนไหวแต่ละฝ่ายยังขยับอะไรมากไม่ได้ ภายใต้กติกาแบบนี้ ถ้ารัฐบาลและ คสช.เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก จะทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ และประชาคมโลก และจะหาคำชี้แจงและคำตอบได้ยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาอย่างแน่นอน
ด้าน นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการด้านรัฐศาตร์ กล่าวว่า การบอกว่าจะประกาศเลือกตั้งปลายปี 2561 เป็นการตีความแบบศรีธนญชัย คำว่า “ประกาศ” แล้วจะเลือกตั้งอีก 5 ปี 10 ปีก็ได้ หรือถ้าจะตีความว่าประกาศแล้วหลังจากนั้นนับไปอีก 150 วันก็ได้ อยู่ที่ว่าประกาศเมื่อไร อาจจะเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2561 หลายคนได้ยินคำว่า “ประกาศ” ก็ดีใจนึกว่าสั้นเข้ามา ที่จริงยาวออกไปอีก ถือว่าใช้เวลาเต็มที่ เผลอๆ การประกาศแบบนั้นจะเป็นการผูกมัดตัวเอง
“อย่างไรก็ตาม 1.หาก สนช. ไม่ผ่านกฎหมายลูก ต้องร่างใหม่ 2.มี 2 รายที่จ่อคิวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถ้าตีความแล้วกฎหมายอาจเสียทั้งฉบับ หรือบางมาตรา หรือตัดออก หรือแก้ไขใหม่ ต้องกลับเข้ากระบวนการของ สนช.อีก แล้ว พ.ร.ป.มีตั้ง 10 ฉบับ อย่างน้อยที่สุด 2 ฉบับ แต่อย่างมากที่สุดอาจจะเป็น 10 ฉบับก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่ยิ่งช้ายิ่งเป็นผลเสีย เผลอๆ ถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 แล้วประกาศไม่ได้”

