เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาระบุว่า สเปคมหาเทพออกฤทธิ์ (ตอนที่ 2) จำได้ว่าเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2560 ตนเคยให้ความเห็นครั้งหนึ่งว่าการสรรหากรรมการองค์กรอิสระต่างๆ จะมีปัญหาในด้านการหาตัวกรรมการสรรหา เพราะคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นสูงยิ่งกว่าคนที่จะมาเป็นองค์กรอิสระ และอาจกลับได้คนที่ไม่มีประสบการณ์มาทำหน้าที่สรรหา เนื่องจากมีการกำหนดว่าจะต้องไม่เคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระมาก่อน จึงมีการโต้ตอบความคิดตนจากหลายคนในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่างรุนแรงหาว่าตนจินตนาการมากเกินไป และติดยึดกับตำแหน่งเลยออกมาให้ความเห็น (ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ตรรกะแย่มาก) มาถึงวันนี้ เริ่มมีการสรรหา กกต.ชุดใหม่. มีการประชุมกรรมการสรรหาไปนัดแรก เริ่มพบปัญหาหลายประการ
นายสมชัยระบุต่อว่า 1.ตัวแทนจากหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งในอดีตเทียบเท่ารองปลัดกระทรวงเข้าร่วมประชุมในตอนต้น แต่กลับไม่มีรายชื่อในเอกสารแถลงข่าว ทราบมาว่ามีคุณสมบัติไม่ครบต้องส่งรายชื่อคืนให้กับหน่วยงานที่ส่งชื่อมา เพื่อให้ส่งรายชื่อใหม่มา 2.มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติกรรมการสรรหาอีกท่านหนึ่ง ว่าอาจขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพ้นจากตำแหน่งยังไม่ครบ 10 ปี 3.มีความเป็นไปได้ว่า กรรมการสรรหาที่ได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานอีกท่านหนึ่ง อาจขาดคุณสมบัติ ในประเด็นเคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ในศาลรัฐธรรมนูญ หรือ องค์กรอิสระใดๆ เพราะสืบย้อนหลังไปจนถึงปี 2540 (เริ่มต้นมีองค์กรอิสระ) ต้องไม่เคยมาช่วยงานใดๆ หรือแม้แต่เป็นอนุกรรมการชุดใดๆ ในองค์กรอิสระใดๆ เลยก็ไม่ได้
“จริงๆ แล้วหน่วยงานที่เสนอชื่อ ก็มีการตรวจสอบประวัติและได้รับการรับรองจากผู้ถูกเสนอชื่อแล้ว แต่เนื่องจากการกำหนดคุณสมบัติมากมายเป็นสิบๆ ข้อ ทำให้หลงพลาดไปได้ และจริงๆ ท่านเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่สามารถมาทำหน้าที่กรรมการสรรหาได้”
นายสมชัยระบุทิ้งท้ายว่า คำถามคือหากกระบวนการสรรหาเดินหน้าต่อไป โดยไปพบภายหลังว่ากรรมการสรรหาบางท่านขาดคุณสมบัติอะไรจะเกิดขึ้น จะมีการโต้แย้งจากผู้ไม่ได้รับการสรรหาว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง นำไปสู่ความวุ่นวายในภายหลังหรือไม่ ถึงวันนี้ ไม่อยากจินตนาการ

