หน้าแรก การเมือง เรืองไกร จ่อร...

เรืองไกร จ่อร้องกกต. สอบครม.-สนช. ชี้ ตั้งสนช.นั่ง กก.ปฏิรูปส่อขัดรธน.

8.10.17 | 14:29 น.
แฟ้มภาพ

“เรืองไกร” จ่อร้อง กกต. สอบ ครม.-สนช. กระทำการขัด รธน. ปมนายกฯประกาศแต่งตั้ง สนช. หรือไม่

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า จากการติดตามการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พบว่า หลังจากรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ มีบทบัญญัติเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์อยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อพิจารณากรณีที่นายกรัฐมนตรีออกประกาศแต่งตั้ง สนช.ไปเป็นกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามมติ ครม.นั้น อาจเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาได้ และอาจทำให้ สนช.และ ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อธิบายเหตุผลเรื่องนี้ว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 วรรคสอง คล้ายกับมาตรา 265 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 10/2551 ไว้แล้วว่า รัฐธรรมนูญแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยไว้ 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ดังนั้น แต่ละฝ่ายจะต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อพิจารณาตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงพบประเด็นปัญหาตามมาว่า การที่ สนช.ไปรับเป็นกรรมการตามประกาศของนายกรัฐมนตรี จึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 วรรคสอง และอาจเป็นเหตุให้พ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา 101 (7) ตามมาได้ ซึ่ง สนช.ที่อาจเข้าข่ายคือ บุคคลที่พ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเพราะอายุเกิน 60 ปีแล้ว โดยมีประมาณ 9 คน เช่น สนช.ที่เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 186 วรรคสอง ยังบัญญัติห้ามมิให้รัฐมนตรีไปกระทำการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของฝ่ายอื่นไว้ด้วย โดยให้ยึดตามข้อห้ามในประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีมติให้แต่งตั้งบุคคลที่เป็น สนช. ซึ่งทำหน้าที่อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติมาทำหน้าที่เป็นกรรมการในฝ่ายบริหาร จึงอาจเข้าข่ายต้องพ้นจากตำแหน่งตามความในมาตรา 170 (5) ตามมาอีกโสดหนึ่งด้วย

“รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ครม.และ สนช.ต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน ดังนั้นกรณีที่พบ จึงมีเหตุที่ต้องร้องให้ กกต.ตรวจสอบเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปโดยเร็วว่า สนช.ประมาณ 9 คน และรัฐมนตรีทั้งคณะรวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ร่วมประชุมลงมติตามกรณีดังกล่าว จะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ โดยจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองที่สำนักงาน กกต.ศูนย์ราชการฯ ในวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น.” นายเรืองไกรกล่าว