หน้าแรก การเมือง ชาวเพชรบุรี ฟ...

ชาวเพชรบุรี ฟ้อง สนช.ชายฝั่งถูกกัดเซาะปีละ5เมตร-ขยะล้นเมือง

13.03.16 | 19:18 น.

สนช. ลุย รับฟังปัญหาเมืองเพชรฯ ”อลงกรณ์” ร่วมแจมด้วย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จ.เพชรบุรี คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. คนที่ 2 นพ.เจตน์ ศิริธรานนท์ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.ท.ชัยยุทธ พร้อมสุข นายสนิท อักษรแก้ว นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นต้น พร้อมด้วย ตัวแทน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 และ นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกวิปสปท. และ นายวรพันธ์ เย็นทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่จ.เพชรบุรี เพื่อรับฟังปัญหาตามโครงการ “สนช.พบประชาชน” โดยมีนายสนิท ขาวสะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆในจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ นายสนิท ได้กล่าวสรุปปัญหาในจังหวัดเพชรบุรี อาทิ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลกว่า 22.13 กม.โดยมีพื้นที่ถูกกัดเซาะเฉลี่ยปีละ 3-5 เมตร ปัญหาประมง ปัญหาขยะมูลฝอย ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยจังหวัดเพชรบุรีมีขยะสะสมอยู่ในลำดับที่ 7 ของประเทศ ปัญหาการท่องเที่ยว ปัญหาการคมนาคมทั้งการขนส่งสินค้าการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวซึ่งสภาพทรุดโทรม ปัญหาภัยแล้ง

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การปฏิรูปเดินหน้าไปได้มากแล้ว โดยสปท.ได้ส่งรายการปฏิรูปไปครม. 8 เรื่องซึ่งครม.ได้เห็นชอบไปแล้ว และกำลังดำเนินการอีกจำนวนมาก จึงขอส่งข่าวไปยังพรรคการเมืองที่ระบุว่า ไม่เห็นมีการปฏิรูปอะไรเลย ขอให้เปิดหูเปิดตา เพราะได้แก้ปัญหาก่อนวิกฤตก่อนวิกฤต 22 พฤษภาคม 2557 ได้หลายเรื่อง 2 ปีที่ผ่านมาได้ปฏิรูปและพัฒนาไปมาก นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อการปฏิรูปในระยะยาว โดยไม่ใช้การสืบทอดอำนาจ แต่มีเป้าหมายคือการสืบทอดภารกิจการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่มีใครอยากให้เกิดการรัฐประหาร แต่ที่ต้องมีเพราะบ้านเมืองในขณะนั้นกำลังจะเกิดสงครามการเมืองอยู่แล้ว เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องสร้างการปฏิรูปให้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการรับฟังปัญหาจากส่วนราชการ นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ประธานชมรมอบต.จ.เพชรบุรี ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อนายพีระศักดิ์ และนายอลงกรณ์ เนื่องจากเห็นว่าข้อเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ขนาดและรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งในระดับพื้นที่ เกิดกลุ่มการเมืองระดับพื้นที่เพิ่มขึ้น แบ่งแยกประชาชน เกิดปัญหาความขัดแย้งในระดับองค์กร ไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่สามารถทำให้การบริหารที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านความใกล้ชิดประชาชนคงอยู่ได้

Advertisement