เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดสัมมนา “คนจนในบริบทที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน”
ศ.ธีรยุทธ บุญมี อดีตผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวเปิดการสัมมนาว่า มีช่วงหนึ่งที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับคนจนมาก มีการชุมนุมสมัชชาคนจน แต่ดูเหมือนวาทกรรมเรื่องคนจนอ่อนแรงลง ปัญหาคนจนไม่ได้สูญหายไป แต่การพูดถึงเรื่องชนบท รากหญ้า และเกษตรกรมากกว่า เป็นความเคลื่อนตัวของความสนใจในปัญหาคนจน ส่วนคนจนเมืองได้รับการเหลียวแลลดลงและถูกขับไสจากการพัฒนาเพื่อปรับปรุงรับการท่องเที่ยว
“ปัจจุบันคนจนจำนวนมากสับสนในภาวะชีวิตมากขึ้น ผมคุยกับคนขับแท็กซี่เขาก็สับสนกับชีวิตมากว่าจะกลับบ้านดีไหม เลิกขับแท็กซี่ดีไหม แต่เขาไม่ค่อยบ่นว่ายากจน เพราะคงจนเสียจนชินไม่รู้สึกอะไร แต่ก็หวั่นไหวว่าอนาคตจะทำอะไรดี กลับไปอยู่บ้านแล้วจะทำอะไรกิน รายได้ไม่พอ ภาวะคนจนในสังคมไทยค่อนข้างสับสนพอควรในสังคมปัจจุบัน ส่วนชนชั้นกลางก็มีลักษณะขาดความั่นคง ขาดความมั่นใจในอนาคตตัวเอง รู้สึกว่าความมั่นคงในสถานะอาชีพหรือรายได้กำลังเป็นปัญหา ผมสังเกตว่า ชนชั้นกลางส่วนใหญ่กำลังเลื่อนสถานะลง เป็นข้อสังเกตุเรื่องชนชั้นในสังคมไทยของผม
“ความสับสนที่เกิดในคนจนและคนชั้นกลาง อาจรวมไปถึงชนชั้นนำ อย่างพล.อ.ประยุทธ์ ผมคิดว่าแกก็สับสนทางความคิดเหมือนกัน โร้ดแมปที่ไม่รู้ว่าช่วงต้นช่วงกลางช่วงปลายอยู่ตรงไหน เลือกตั้งปี 2559 หรือ2561ดี เป็นภาวะปกติของสังคมไทย ถ้าท่านอยู่ในภาวะนี้อย่าวิตกมาก เพราะเป็นกันทุกคน ผมคิดว่ามมุมมองของคสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สนใจคนจนเท่าที่ควร พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจปัญหาคนจนไม่พอ ยังขาดลักษณะบูรณาการปัญหารอบด้านทั้งในมิติชีวิตและวัฒนธรรม ท่านพูดเกี่ยวกับคนจนเยอะ แต่พูดถึงโดยไม่เข้าถึง
“ในทางการเมืองก็มีความเปลี่ยนแปลง ข้อสังเกตของผมคิดว่าการเมืองไทยภายใต้การนำของคสช. ได้ถอยห่างออกจากการเคารพอำนาจประชาชน ถอยห่างจากความตั้งใจจะกระจายอำนาจให้ประชาชน ซึ่งเคยเป็นข้อเรียกร้องหรือแนวความคิดการเมืองของเราในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สรุปได้จากข้อสังเกตที่มีต่อรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์” ศ.ธีรยุทธกล่าว

