หน้าแรก การเมือง เตรียมปล่อยน้...

เตรียมปล่อยน้ำเพิ่มเขื่อนลุ่มเจ้าพระยา 2,600 ลบ.ม./วินาที

10.10.17 | 17:52 น.
แฟ้มภาพ

เตรียมปล่อยน้ำเพิ่มเขื่อนลุ่มเจ้าพระยา 2,600 ลบ.ม. อาจกระทบประชาชน ป้องพายุ-ท่วมรอบใหม่


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์น้ำว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานสถานการณ์ในช่วงวันที่ 2-7 ตุลาคมที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 37% ทำให้เขื่อนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และอีกหลายพื้นที่ค่อนข้างจะมีน้ำอยู่ในระดับที่เพียงพอ ส่วนในวันที่ 10-11 ตุลาคมนี้ อิทธิพลพายุจากประเทศเวียดนามอาจส่งผลกระทบไปยังภาคเหนือบ้าง แต่ไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นไปอีกหลายวัน พายุที่ก่อตัวจากประเทศเวียดนามผ่านมาทางภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้สถานการณ์จะน่าเป็นห่วง ดังนั้นขณะนี้จะมีการเริ่มระบายน้ำจากเขื่อนในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ เพื่อเปิดพื้นที่ว่างรองรับพายุฝนระลอกใหม่ป้องกันอุทกภัย

“แต่เดิมเรามีการปล่อยน้ำจากเขื่อนตามมาตรฐานไม่ถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที ในพื้นที่ภาคอีสานจะไม่มีปัญหาในเรื่องการระบายน้ำ แต่ในพื้นที่ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาอาจจะต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนเพิ่มเป็น 2,600 ลบ.ม./วินาที เพราะฉะนั้นจะส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนอกคันกั้นน้ำ ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนอกคันกั้นน้ำดังกล่าวมีวิถีชีวิตที่อาศัยอยู่กับน้ำมาตั้งแต่อดีตอยู่แล้ว ดังนั้นในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.50 เมตร แต่นอกคันกั้นน้ำจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะแนวคันกั้นโดยเฉพาะบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสามารถรองรับการปล่อยน้ำได้ถึง 2,800 ลบ.ม. ยืนยันว่าน้ำจะไม่ล้นข้ามคันกั้นน้ำไปท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่แน่นอน จะทำให้พื้นที่กรุงเทพฯ เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าที่ต้องชี้แจงในลักษณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าประชาชนทั่วไป แต่อยากชี้แจงข้อมูลความเป็นจริงที่จะสามารถแจ้งให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบสถานการณ์ จะได้ไม่ตกใจกับข่าวลือต่างๆ เช่น เขื่อนแตก หรือน้ำกำลังทะลักเข้าท่วม ยืนยันว่าเราสามารถดูแลสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีความปลอดภัย แต่เขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ก็ขอให้ตรวจสอบอย่างรัดกุมและรอบคอบ

Advertisement