วันที่ 11 ตุลาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องการสนับสนุนการจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้องให้ความเร่งด่วนและความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงความพร้อมเพรียง สง่างาม และสมพระเกียรติ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวว่า ขณะนี้การจัดเตรียมงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและได้มีการประชุมหารือกับรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ลงมากำกับดูแล และในระดับของกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับผิดชอบ
“อยากให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงออกถึงความจงรักภักดีในทุกๆ สถานที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมาแสดงความจงรักภักดีที่ กทม.เพียงอย่างเดียว แต่ประชาชนที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางเข้ามา เราได้จัดเตรียมและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งทางบกทางน้ำและทางอากาศ รวมถึงได้เตรียมจุดรวมพลไว้เรียบร้อยแล้ว” พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าว
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวเน้นย้ำในเรื่องนโยบายการป้องกันประเทศว่า ถือเป็นห้วงเวลาการสับเปลี่ยนกำลัง และกองทัพอยู่ในระหว่างการปฏิบัติภารหน้าที่ รวมถึงกิจกรรมหลายๆ อย่าง จึงเน้นย้ำให้เข้มงวด เนื่องจากอาจมีผู้แสวงโอกาสทำความผิด เช่น การขนยาเสพติดตามแนวชายแดน การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้หารือการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างระบบการบริหารจัดการ และปรับปรุงโครงสร้างกองทัพ เพื่อพัฒนาจากระยะเร่งด่วนในปีที่แล้วขึ้นมา พร้อมทั้งทำแผนงานกิจกรรมที่สำคัญที่พร้อมจะดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้ประสานงาน ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.อ.ธารไชยยันต์ ย้ำถึงนโยบายในการปฏิบัติงานให้ยึดถือนโยบายรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสานต่อแนวทางการดำเนินงานของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ผ่านมา โดยตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ทหาร 20 ปี และนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
สำหรับในด้านการป้องกันประเทศให้มีการสับเปลี่ยนกำลังพลที่ปฏิบัติงานในสนามชายแดนอย่างต่อเนื่อง เหมาะสม การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ การขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการศึกษา การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการของกำลังพลและครอบครัวในภาพรวม สำหรับการดำเนินการบริหารงบประมาณ ให้ประหยัด คุ้มค่า การเตรียมความพร้อมด้านการฝึก อาทิ การฝึกแพนเธอร์โกลด์ ครั้งที่ 1 การฝึกคอบร้าโกลด์ 2018 การฝึกพิราบ-จาบิรู ครบ 20 ปี การพัฒนาศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา การจัดพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ เป็นต้น

