เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง (ซินแสเข่ง) ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทยและหมอดูเข็มทิศทองคำ เปิดเผยว่า ได้วิเคราะห์การเมืองไทยไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 และปี 2561 ยังเป็นการยากที่จะนำไปสู่เป้าหมายแห่งการเลือกตั้งให้ราบรื่นได้ เพราะกลุ่มฉกฉวยโอกาส, กลุ่มอยากได้ประชาธิปไตยและพรรคการเมืองที่ต้องการเลือกตั้งกันแบบสุดสุดของนักการเมืองไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งการเลือกตั้ง หลังมีประกาศกฤษฎีกาของพรรคการเมืองเป็นที่เรียบร้อย จะทำให้นักการเมืองพรรคต่างๆ ออกมาเรียกร้อง เพื่อต้องการเปิดประชุมพรรคจาก คสช.และต้องการเตรียมพร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งในช่วงปี 2561
นายชนม์ทรรศน์กล่าวว่า แต่น่าเป็นห่วงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับความขัดแย้งของการเมืองที่จะต้องแก้ไข อีกทั้งปี 2561 ยังมีความขัดแย้งรุนแรงของกลุ่มฉกฉวยโอกาสหวังสร้างปัญหาบ้านเมืองให้วุ่นวาย และการปราบปรามทุจริต จนทำให้นายกรัฐมนตรีกับกำลังทหารต้องออกมาแก้ไขควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง เพราะยุคนี้เป็นปีของผู้ที่ต้องมีทั้งกำลังและอำนาจที่จะต้องบริหารประเทศ และอยู่ในช่วงดวงของวงการทหารที่ต้องปฏิบัติหน้าที่และจะต้องแก้ไขสถานการณ์ ประเทศให้อยู่ในความสงบได้มากยิ่งขึ้น หากไม่มีอำนาจและกำลังแล้วก็ยากที่จะบริหารประเทศได้
“หลังปี 2561 การเมืองน่าจะเกิดขึ้นได้อยู่ในช่วงระหว่างปี 2562 หรือ 2563 ซึ่งช่วงปี 2561 เท่าที่มีการตรวจสอบในดวงชะตาของผู้นำที่สามารถบริหารประเทศได้จากพรรคการเมืองต่างๆ พบว่า ไม่มีใครที่มีดวงชะตาที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จได้ ฉะนั้น หากนักการเมืองที่อยากจะให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริงก็ต้องอดใจขอให้ผ่านเวลาไปสัก 1 ปีก่อน และในปี 2562 ก็อาจจะเป็นโอกาสให้การเลือกตั้งที่จะทำให้นักการเมืองเกิดขึ้นได้ และเป็นการเลือกตั้งของนักการเมืองที่สดใสมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นช่วงการเมืองปลอดโปร่งให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งได้” นายชนม์ทรรศน์กล่าว
นายชนม์ทรรศน์กล่าว และว่า ฉะนั้น ถ้าไม่อยากให้มีปัญหาหากอยู่ในช่วงระหว่างปี 2561 ขอให้เว้นวรรคการเลือกตั้ง อย่าคิดว่าจะผ่านพ้นไปได้อย่างสงบสุข เพราะปัญหามีโอกาสเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งเรื่องของความขัดแย้งด้านศาสนาที่จะต้องระวังความแตกแยก และปัญหาเหตุบ้านการเมืองที่ต้องระวังพวกฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์รุนแรง เพื่อต้องการซึ่งอำนาจของตน และเหตุการณ์ปะทะทำให้มีการรุมทำร้ายที่จะก่อให้เกิดเหตุขึ้นในบ้านเมือง และมีผลกระทบอย่างรุนแรง ตลอดทั้งภัยธรรมชาติจากพิบัติอุทกภัย วาตภัย ที่จะทำให้บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อนรุนแรงทวีคูณเป็นปีที่ 3 รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ อาหารการกิน ค่าเงินผันผวน ธุรกรรมการเงิน การธนาคาร ตลาดหุ้น รายได้ และผลประโยชน์จากการเกษตร อสังหาริมทรัพย์ บ้านที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ที่ทำให้มีผลกระทบเกิดขึ้น
นายชนม์ทรรศน์ กล่าวอีกว่า แต่ธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก โลหะ โรงงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เกี่ยวกับโลกโซเชียลและการใช้ระบบไฟฟ้ามีการเคลื่อนไหวไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ราคาทองคำ มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงราคาให้สูงขึ้นในตลาดโลกและในประเทศไทย รวมทั้งราคาน้ำมันมีโอกาสที่จะปรับสูงขึ้น
“ในปี 2561 ผู้ที่เกิดในปีนักษัตร มะโรง ฉลู ระกาและปีมะแม ระวังให้มากที่สุด ส่วนในปี 2561 ที่เป็นปีเสริมสำหรับผู้ที่จะมีโอกาสที่ดีและมีความมั่นคงเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่เกิดในปีนักษัตร เถาะ มะเมีย และขาล จะเป็นปีที่จะเกื้อกูลก่อให้เกิดความสำเร็จเกิดขึ้นทั้งในธุรกิจหน้าที่การงาน และความสำเร็จ ในการที่จะเข้ามาเป็นผู้แก้ไขเหตุบ้านการเมืองได้อย่างดีที่สุด” ซินแสเข่งกล่าวในที่สุด

