หากมองอย่าง “เถรตรง” สิ่งที่เรียกว่า “กองกำลังที่ 3” อันมาจากปาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ “บ่มิไก๊”
บ่มิไก๊ เหมือนมุมมองของโฆษกระดับ “นายพันเอก” จากคสช.
บ่มิไก๊เหมือนมุมมองของโฆษกระดับ “นายพลตรี” จากรัฐบาล
บ่มิไก๊เหมือนมุมของนายทหารระดับ”พลอากาศเอก”บางคน
แม้ว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จะยืนยัน “กองกำลังที่ 3 จัดตั้งมาแล้ว 3 ปี” เป็นการใช้ยุทธศาสตร์อย่างที่เรียกว่า
“เธิร์ด ฟอร์ซ”
กระนั้น ในการระบุ “โครงสร้าง” ออกมาให้ปรากฏอย่างเป็น “รูปธรรม”ภายใต้องค์ประกอบ
1 ชาวไทยภูเขา 21 เผ่า 1 กลุ่มไทยใหม่ 1 กลุ่มคนยากจน 1 พี่น้องปักษ์ใต้ที่มีความเข้าใจในแนวทางนี้ 1 กองกำลังที่วางอาวุธ
ก็ยังถูกมองว่า “บ่มิไก๊” อยู่นั่นเอง
ไม่ว่าเมื่อครองยศเป็น “นายร้อยเอก” มีส่วนร่วมกับฝ่ายเทคนิคของสถานีวิทยุ 20 อันมีพื้นฐานมาจากรัฐประหารเดือนตุลาคม 2501
หรือเมื่อครองยศเป็น “นายพันเอก” เสนอเรื่องการเข้าหา “ค่ายคอมมิวนิสต์”
ไม่ว่าจะเป็นค่ายคอมมิวนิสต์ที่ “เวียดนาม” ไม่ว่าจะเป็นค่ายคอมมิวนิสต์ที่”จีน”ไม่ว่าจะเป็นค่ายคอมมิวนิสต์ที่”รัสเซีย”
ข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับเสียง”หัวเราะ”เสมอ
เป็นเสียงหัวเราะเพราะเห็นว่าเป็นข้อเสนอในลักษณะ “ฝันเฟื่อง” เป็นไปไม่ได้
เป็นข้อเสนอที่ในที่สุดแล้วอาจ “บ่มิไก๊”
แต่ถามว่า “ผลที่สุด” เป็นอย่างไร
เพราะจากการมีส่วนร่วมอยู่ในสถานีวิทยุ 20 มิใช่หรือที่ทำให้ได้สัมผัสกับคำว่า “ประชาธิปไตยแบบไทย”
กระทั่งคำนี้ไปสถิตอยู่ใน “ระเบียบการ” พรรคสหประชาไทย
บทความขนาดยาวว่าด้วย “ประชาธิปไตยแบบไทย” พล.อ.แสวง เสนาณรงค์ ได้มาอย่างไร
“คำตอบ”ย่อมมิได้อยู่ใน”สายลม”แน่นอน
ความคิดนี้เองที่นำไปสู่คำว่า “ทหารประชาธิปไตย” ที่นำไปสู่ความคิดในการแยกสลาย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)
ออกจากค่ายคอมมิวนิสต์ สร้างความขัดแย้ง แตกแยก กระทั่งนำไปสู่การแยกตัวครั้งใหญ่
โดยมี คำสั่งที่ 66/2523 ออกมาในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
อาจเป็นเรื่อง “ฝันเฟื่อง” ในเบื้องต้น อาจเป็นเรื่องที่ถูกมองว่า “บ่มิไก๊”พลันที่ปรากฏต่อสาธารณะ
แต่ในที่สุดเป็นอย่างไร “ป๋า”รู้ดีที่สุด
เป็น “ป๋า” แห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ เป็น “ป๋า” อันรับรู้กันว่าคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ที่ไม่ยอมให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เข้าพบแสดงความคารวะ
มิใช่”ป๋า”รายอื่น
ในบรรดาคำพูดอันปรากฏผ่าน “แถลง” ยาวยืดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หลายคนอาจสนใจกับ ยุทธศาสตร์ที่ 3
กองกำลังส่วนที่ 3
อาจมองแต่กระบวนการใน “การจัดตั้ง” อย่างเป็นแบบแผน
กระทั่ง อาจมองข้าม อาจลืมบางถ้อยคำอันดำเนินไปในลักษณะเป็นบริบทซ่อนแฝงอยู่
นั่นก็คือ “การรวมกลุ่มคนไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม”
ตรงนี้ต่างหากคือ “กึ๋น” อันแท้จริง ตรงนี้ต่างหากคือ “ยุทธศาสตร์”อันมาจากมองก้อนโตของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เป็นทั้ง “ยุทธศาสตร์” เป็นทั้ง”ยุทธวิธี” ในขณะเดียวกัน
และมิได้หมายความว่าจะต้องเป็นของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือว่านำโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เป็น”ใคร”ก็ได้ที่มี “คนตาม”

