“ชวลิต” ชี้ แค่กำหนดเดือนเลือกตั้ง ยังทำหุ้นพุ่งขึ้นทันที จี้ ฟื้นความเชื่อมั่นด้านกม.

11.10.17 | 16:29 น.

“ชวลิต” ชี้ เพียงกำหนดเดือนเลือกตั้ง ยังทำหุ้นพุ่ง/หวังบวกอีกสองปัจจัย ฟื้นเชื่อมั่นสูงสุด


วันนี้ (11 ต.ค.) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ตนเคยให้ความเห็นว่ามี 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศ คือ ระบบการเมือง การปกครอง ที่ไม่ปกติ,อำนาจนอกระบบซ้อนอำนาจอธิปไตย และกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม จะเห็นได้ว่า หลังจากนายกฯ เพียงแถลงว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ย.61 ส่งผลให้หุ้นพุ่งทันที แม้เป็นเพียง 1 ใน 3ปัจจัยที่กระทบเชื่อมั่น ตนเชื่อว่า ความเชื่อมั่นจะสูงขึ้นเป็นลำดับ หากแก้ไขปัจจัยลบที่กระทบความเชื่อมั่นอีก 2 ปัจจัยโดยเร็ว กล่าวคือ”ปัจจัยอำนาจนอกระบบซ้อนอำนาจอธิปไตย” จะเห็นได้ว่า แม้ กม.รธน. จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 เมย.60 แต่ยังมีอำนาจนอกระบบตาม ม.44 ทับซ้อนอำนาจอธิปไตยตาม มาตรา 3 ของ กม.รธน. ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ กม.รธน. จึงกระทบกับความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยถ้ายังคงอำนาจนอกระบบอยู่ไทยอาจเป็นประเทศที่แปลกที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแต่ยังมี ม.44 กำกับอยู่

นายชวลิต ระบุว่า ตนเห็นว่า มาตรา 3 ของ กม.รธน. มีความสำคัญยิ่ง เพราะมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์บัญญัติไว้ ดังนี้”อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ”ดังนั้น จึงไม่ควรมีอำนาจใดมาทับซ้อน อันจะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น หากดำเนินการแก้ไขได้โดยเร็ว ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมาเป็นทวีคูณในปัจจัยที่ 3 “ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม” ปัจจุบันมีประเด็นที่สังคมยังคลางแคลงว่า มีการใช้กฎหมายในลักษณะเลือกปฏิบัติ และใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังไปเป็นโทษแก่บุคคลแม้จะมีการชี้แจงจากรัฐบาลว่า กฎหมายวิธีพิจารณาคดีสามารถย้อนหลังได้ ไม่เสียความเป็นธรรม แต่ตนเห็นว่า เป็นการให้ความเห็นที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีที่สามารถไปรื้อฟื้นคดีย้อนหลังได้ ผลลัพธ์ย่อมเป็นโทษแก่บุคคล ย้อนหลัง ตนเห็นว่า ถึงอย่างไรเป้าหมาย หรือผลลัพธ์สุดท้ายก็เป็นโทษแก่บุคคลย้อนหลัง ซึ่งขัดกับหลักนิติธรรมอย่างแน่นอน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ต่างประเทศให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรมเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น การรื้อฟื้นคดีเพื่อดำเนินคดีแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงสุ่มเสี่ยงกับความเชื่อมั่นของประเทศที่จะสูญเสียไป ถือว่าได้ไม่คุ้มเสียตนหวังว่า ปัจจัยลบที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศอีก 2 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แล้วรวมพลัง ร่วมมือกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศในอนาคตอันใกล้ต่อไป

Advertisement