ป.ป.ช. โต้ กรธ. ขีดกรอบเวลาไต่สวน หวั่นกระทบการทำงานทำประสิทธิภาพถดถอย ชี้ กม.ลูกส่อขัด รธน.
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการส่งข้อเสนอแนะร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ก่อนเสนอความเห็นกลับไปที่ กรธ. เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ ป.ป.ช.กังวล โดยเฉพาะการใช้อำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะแตกต่างไปจากอดีต และการกำหนดกรอบเวลาที่เคร่งครัด ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการไต่สวน เพราะแต่ละคดีนั้นย่อมมีกรอบเวลาในการพิจารณาที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าการพิจารณาคดีนั้นจะแล้วเสร็จตามกรอบเวลา แต่กังวลเรื่องของคุณภาพในขั้นตอนการไต่สวน ยิ่งในคดีทุจริต การสืบพยานหลักฐานต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีกรอบเวลาในการพิจารณาคดีของตัวเองตามกฎหมาย ป.ป.ช.อยู่แล้ว แต่กรอบที่ กรธ.กำหนดนั้นอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการพิจารณาไต่สวนคดีที่จะส่งต่อไปยังอัยการสูงสุดและศาล โดยเจ้าหน้าที่อาจกังวลเรื่องกรอบเวลา เพราะหากทำไม่ทันเขาก็ต้องรับโทษ ดังนั้นแทนที่จะเป็นประโยชน์แต่อาจเป็นโทษได้เหมือนกัน
“ร่างดังกล่าวเป็นเพียงร่างแรกที่ กรธ.ส่งมาและเราก็อยากไปชี้แจงกับ กรธ.ก่อนที่เขาจะส่งให้ สนช. แต่ในขั้นแปรญัตติของ สนช.ก็จะต้องมีคนของ ป.ป.ช.เข้าไปอยู่ด้วยโดยจะใช้เวทีนี้เพื่อชี้แจงเรื่องต่างๆ และอยากให้ กรธ.ช่วยรับฟังความเห็นของผู้ปฏิบัติ เราไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากการทำงานอย่างมืออาชีพ ให้มีประสิทธิภาพสมกับความคาดหวังของประชาชน”
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า นอกจากนี้ยังเสนอประเด็นเกี่ยวกับการทำงานตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตของสหประชาชาติโดยมีวิธีการสืบสวนสอบสวนแบบพิเศษซึ่ง ป.ป.ช.สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับการพิจารณาเลย นอกจากนี้หลายเรื่องที่ กรธ.กำหนดในร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.นั้นอาจขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.นั้นไม่มีการโต้แย้งเพราะเห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยทุกคนเห็นว่าได้มาตามรัฐธรรมนูญ เมื่อกฎหมายเขียนอย่างไรเราก็ว่าอย่างนั้น เพราะประเด็นที่ ป.ป.ช.กังวลคือเรื่องการทำงานที่มีประสิทธิภาพให้สมกับที่มีรัฐธรรมนูญปราบโกง
เมื่อถามว่า กรธ.เห็นว่า ป.ป.ช.คงไม่สามารถทำงานตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านทุจริตของสหประชาชาติได้ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ถ้าทำไม่ได้เราคงไม่เสนอ คงไม่มีหน่วยงานไหนที่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้แล้วเสนออยากทำ ขณะที่การทำงานของ ป.ป.ช.ก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน หากเราต้องการสร้างสังคมที่ปราศจากการทุจริต การทำงานก็ต้องเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งหากเราทำไม่ได้ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติเช่นกัน
ด้าน พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่ ป.ป.ช.จะเสนอความเห็นเพิ่มเติม ทั้งประเด็นการไต่สวนเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ รวมถึงวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ที่เห็นว่ายังขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะมี 4 ประเด็นหลัก เช่น ส่อว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ขัดต่อแนวบรรทัดฐานที่เคยวินิจฉัยไว้ เป็นต้น

