คำประกาศ”ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล”ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา มีผลสะเทือนเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
สะท้อนให้เห็นความรู้สึกทาง “สังคม”
ปฏิกิริยา 1 ก็คือ การทะยานขึ้นของดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทะลุ 1,700 จุด
ปฏิกิริยา 1 ก็คือ เสียงขานรับ
แม้กระทั่งแกนนำกปปส.ซึ่งผูกติดอยู่กับคำขวัญ”ปฏิรูปก่อน เลือกตั้ง”ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ก็ยังแสดงความเห็นชอบ
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องกล่าวถึงเสียงเชียร์อย่างกึกก้องไม่ว่าจะจาก พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์
เท่ากับสอดรับกับ”อารมณ์”ของ”สังคม”
ยังมีความหวาดระแวง แคลงใจ ดำรงอยู่บ้างว่าอาจจะต้องมีอุบัติ เหตุทำให้ต้อง “เลื่อน”ออกไปได้
เหมือนกับที่เคย “เลื่อน” มาแล้ว
นั่นก็คือ จาก “ปฎิญญา โตเกียว” ต่อหน้า นายกรัฐมนตรี ชิน โสะ อาเบะ มาเป็น “ปฏิญญา นิวยอร์ค” ต่อหน้า เลขาธิการ บัน คี มุน แห่งสหประชาชาติ
กระนั้น ความมั่นใจก็มีสูงกว่าความหวาดระแวง
เพราะท่วงท่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จาก “ปฏิญญา ทำเนียบขาว” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม มาเป็น “ปฏิญญา ทำเนียบรัฐ บาล”ในวันที่ 10 ตุลาคม นั้น
หนักแน่น จริงจัง
ความมั่นใจที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ คำสัญญาที่ว่าจะมีการพิจารณา”ปลดล็อก”ให้กับพรรคการเมือง
นั่นก็คือ คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 57
นี่ย่อมเป็นการอนุวัติตามเงื่อนไขที่มีการประกาศและบังคับใช้พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
เท่ากับ”ตระเตรียม”ไปสู่”การเลือกตั้ง”
ทุกฝ่ายรับรู้กันอย่างเป็นเอกภาพว่าภายหลังงานพระราชพิธีสำคัญในเดือนตุลาคม ในเดือนพฤศจิกายนก็จะมีการ”ปลดล็อก” สร้างบรรยากาศใหม่ให้กับพรรคการเมือง
ทุกอย่างดำเนินไปตาม”เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”

