“พรเพชร” ยัน กม.สตง.เกี่ยวโยง ป.ป.ช. ระบุ หากไม่ยอมกันก็ต้องตั้ง กมธ.ร่วม ชี้ เสียเวลาดีกว่าขัด รธน.ภายหลังประกาศใช้
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สนช.) ว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ส่งเรื่องมายัง สนช. กำลังอยู่ในขั้นตกแต่ง ขณะนี้ สนช.ก็รอกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ทาง กรธ.จะส่งมาว่าเป็นอย่างไร พร้อมดูประเด็นว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ในการประชุม สนช.ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีความโยงใยกับร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช. โดยร่างของ กรธ.ระบุว่า สตง.สามารถเข้าไปตรวจสอบเจ้าที่หน้าที่ของ ป.ป.ช.ได้ ซึ่งอ้างว่าที่ผ่านมามีช่องโหว่ตรงนี้อยู่ ในเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.แล้วใครจะตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เที่ยวไปตรวจคนอื่นเขาไปทั่ว แต่ไม่มีใครตรวจสอบ ป.ป.ช. เขาก็ตรวจกันเอง แต่ทาง กรธ.บอกว่า เขาจะให้ตรวจสอบหน่วยงานอื่นๆ ดังนั้นก็ต้องตรวจสอบ ป.ป.ช.ด้วย ส่วน ป.ป.ช.ก็บอกว่า เขาไม่ควรถูกตรวจสอบ จึงต้องฟังความกันต่อไป และทาง กรธ.ก็ยืนยันว่าเขายอมไม่ได้ อย่างไรเสียเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ก็ต้องถูกตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็เป็นหน้าที่ของสภาฯ ซึ่งกฎหมาย สตง.ตอนนี้แก้ไขไม่ได้แล้ว เพราะในชั้นคณะกรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องใช้สิทธิในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย
เมื่อถามว่า ดูเหมือนต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯเพื่อพิจารณากฎหมายลูกเกือบทุกฉบับ จะทำให้เสียเวลาหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯ 3 ฝ่าย เกือบทุกฉบับ ก็ดีกว่าไม่ได้ตั้ง เพราะถ้ามีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญแล้วไม่ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯแล้วไปขัดรัฐธรรมนูญในภายหลังก็จะเกิดความเสียหาย ดังนั้นเสียเวลานิดหน่อยดีกว่า

