หน้าแรก การเมือง ตู่ ซัด สว.สร...

ตู่ ซัด สว.สรรหา ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่แคร์ปชช. มีเพื่อรักษาอำนาจบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม

14.03.16 | 15:58 น.
จตุพร พรหมพันธ์-แฟ้มภาพ

“จตุพร” ดักทาง “ประวิตร” ดันส.ว.ลากตั้ง หวังใช้ความกลัวมากกว่า มากลบสิ่งที่น่ากลัวเดิม จนทำให้ร่างรธน.มีชัยเริ่มเกิดแสงกะพริบ สว่างวาบขึ้น แต่ยังเป็นแสงกระสือไม่เป็น ปชต. อยู่ดี ชี้เล่นเกม รธน.ตบตา ปชช. ให้อยู่กลางความเลวร้าย แบบหนีเสือปะจระเข้ คสช.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล เมื่อ 14 มีนาคมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาผลักดันให้วุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงเท่ากับมากลบความไม่เป็นประชาธิปไตยของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ไปทันที

นายจตุพร กล่าวว่า นายมีชัย ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เขียนรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยกำหนดให้ ส.ว. มาจากการเลือกไขว่กันเองของกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ซึ่งประชาชนไม่มีส่วนร่วมด้วย แต่เมื่อ พล.อ.ประวิตรมาเสนอให้มาจากการแต่งตั้งของคนคนเดียว จึงเท่ากับเป็นการเสนอในสิ่งที่เลวร้ายกว่ามากลบในสิ่งที่เลวร้ายอยู่แล้ว ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัยเริ่มดูดี มีแสงสว่างกะพริบเหมือนแสงของกระสือไปทันที

“ผมเองก็เห็นว่า ทุกอย่างตรงกันข้ามกันหมด และที่มานายกรัฐมนตรีตามร่างของนายมีชัย แก้ไม่ได้ องค์กรอิสระอำนาจล้นพ้น แต่ปรากฏว่า คสช. เสนอในสิ่งที่น่ากลัวกว่านายมีชัย วันนี้นายมีชัยจึงดูดี สิ่งนี้เป็นทฤษฎีเอาคนที่เลวกว่ามาประกบกับตัวเอง คือหมายความว่า เอาสิ่งที่เลวร้ายมากกว่า เพื่อให้คนลืมในสิ่งที่เลวอยู่เดิม จึงทำให้คนเห็นใจร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ทั้งที่ร่างนั้นหาประชาธิปไตยไม่เจอ แต่พอมาเสนอในสิ่งที่น่ากลัวกว่านายมีชัย จึงทำให้ร่างนายมีชัยมีแสงสว่างเหมือนแสงกระสือ และไม่รู้ว่าละครโรงนี้จะเป็นอย่างไง”

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ฝ่ายผู้มีอำนาจควรกล้าแสดงความจริงใจออกมาให้ประจักษ์ หากต้องการอยู่ในอำนาจต่อไปแล้ว ควรบอกกันอย่างตรงไปตรงมา อย่าได้อ้อมค้อม แล้วคิดประดิษฐ์คำสวยๆ มาให้ประชาชนฟัง แต่มีการกระทำอีกแบบหนึ่ง เช่น กรณีคิดคำว่า มาคืนความสุขไม่นาน หรือตอนแรกบอกเลือกตั้งตุลาคม 2558 ต่อมาบอกก็กลางปี 2560 แล้วมาถึงระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี รวมทั้งคิดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงเป็นการสะท้อนถึงความรู้สึกแบบพูดอย่างทำอีกอย่าง ซึ่งไม่แตกต่างจากสภาพการณ์ฝึกทหารวิ่งออกกำลังแล้วถามว่า ร้อนไหม ทหารก็ตอบไม่ร้อน หิวหรือไม่ ไม่หิว เหนื่อยหรือไม่ ไม่เหนื่อย สิ่งนี้ล้วนสะท้อนอาการที่อยู่ตรงข้ามกับความจริงทั้งสิ้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ยึดอำนาจมา สถานการณ์บ้านเมืองของไทยล้วนมีสภาพการณ์ว่า ปากกับใจไม่ตรงกัน เพราะพูดอย่างก็ทำอีกอย่างแล้วหาคำสวยๆ มาใช้ แต่ความหมายคนละเรื่อง ถึงขณะนี้ผู้มีอำนาจชอบใช้คำพูดแบบระยะเปลี่ยนผ่าน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้เปลี่ยน ไม่ได้ผ่าน แต่เป็นระยะสุดท้าย จึงทำให้กองเชียร์ พวกที่ไม่เคยชนะเลือกตั้งจากประชาชน มักออกมาสนับสนุนให้ ส.ว. มาจากการแต่งตั้ง เพื่อจะขออยู่ในอำนาจที่ได้รับการแต่งตั้งจากเผด็จการไปอีกยาวนาน

เมื่อ พล.อ.ประวิตร แสดงออกด้วยการรับลูกให้มี ส.ว.แต่งตั้ง และพล.อ.ประยุทธ์สนับสนุน แล้วนายมีชัยแสดงอาการอึดอัด ดูเหมือนเป็นการแสดงละครทางอำนาจให้ประชาชนดู จึงทำให้ประชาชนไม่มีทางออก เพราะตกอยู่ท่ามกลางวังวนหนีเสือปะจระเข้ คสช. เพราะที่มา ส.ว.ตามร่างรัฐธรรมนูญเดิมของนายมีชัยนั้น ดูแย่ ไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อมาเสนอให้ ส.ว.จากการแต่งตั้ง ยิ่งเป็นความแย่ยกกำลังสองไปกันใหญ่ เพราะมาจากคนเดียวแต่งตั้ง ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย
นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าพิจารณาที่มาของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแล้ว ในรัฐธรรมนูญปี 2540 มาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คน ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 จากเลือกตั้ง 77 คน จากจังหวัดละคน และมาจากสรรหา 73 คน โดยให้ประธานองค์กรอิสระเป็นคนเลือก แล้ว ส.ว.ก็เลือกองค์กรอิสระ ดังนั้น ส.ว.สรรหาที่ผ่านมาจึงมีปัญหาต่อบ้านเมือง เพราะคนเหล่านี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน จึงไม่ต้องแคร์ความรู้สึกของประชาชน แต่ทำหน้าที่รักษาความรู้สึกของผู้มีอำนาจที่แต่งตั้งตัวเอง โดยคอยเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร เท่านั้น