แล้วความเด่นชัดในเรื่องของ “การเลือกตั้ง”ก็เพิ่มความกระจ่างยิ่ง ขึ้นเป็นลำดับ
หากนับจากวันที่ 10 ตุลาคม
“เดือนมิถุนายน 2561 จะประกาศการเลือกตั้ง เดือนพฤศจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้ง”
ณ ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้น ก็มีสนช.ซึ่งใกล้ชิดกับคสช.ออกมาเสนอ”อุปสรรค”อันอาจเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณา”กฎหมายลูก”และคาดว่า การเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
และข้อคาดหมายนี้ได้รับการรับรองโดยกกต.ท่านหนึ่ง
“การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562”
ความแจ่มชัดในการเลือกตั้งอันมาจาก “สนช.” อันมาจาก “กกต.”แม้จะดำเนินไปอย่างเป็น “ส่วนตัว”
มิได้เป็นสนช.ทั้งหมด มิได้เป็นมติกกต.
แต่หากประเมินจากห้วงเวลาอันกกต.ยืนยันต่อหน้ากกต.แห่งราชอาณาจักรภูฎาน
ก็ถือได้ว่ามี “น้ำหนัก”
ทั้งหมดมิได้คิดเอง เออเอง หากแต่ยืนตามพื้นฐาน 1 รัฐธรรมนูญ 1 ความเป็นจริงในการพิจารณาร่างกฎหมายลูกของสนช.
อันเป็น “อุปสรรค” และ “ข้อติดขัด” ที่สามารถอธิบายได้ภายใต้กฎ กติกา
นั่นก็คือ อาจเลือกตั้งได้ในเดือนสิงหาคม 2561
นั่นก็คือ อาจมีปัญหาแต่ถึงอย่างไรภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เลือกตั้งแน่
จุดสำคัญที่จะต้องยอมรับร่วมกันก็คือ ถึงอย่างไรหากไม่ปลายปี 2561 ก็ต้องเป็นต้นปี 2562
จะต้องมี “การเลือกตั้ง”
ไม่ว่า “อุปสรรค” จะดาหน้ากันเข้ามาหนักหนา สาหัสเพียงใดแต่นี่คือ “หลักหมาย”ในทางการเมือง
การเมืองหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
จากเดือนพฤษภาคม 2557 ไปยังเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จึงเป็นไปดังบทเพลง”เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”

