เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด แถลงนโยบายการบริหารงานหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยถ่ายทอดสดการแถลงนโยบายผ่านวีดิทัศน์ทางไกลไปยังอัยการภาค 1 ถึง 9 เพื่อให้ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร ทราบนโยบายการบริหารราชการ การบริหารงานบุคคล และการดำเนินการด้านต่างๆ ว่าสำหรับนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด แบ่งเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย นโยบายด้านการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
1.ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติขจัดความรุนแรงต่อเด็ก และสตรี เพื่อป้องกันอาชญากรรม 2.เผยแพร่ความรู้สร้างความเข้าใจโดยนำหลักนิติธรรมมาใช้ในการพัฒนาที่ยั่งยืน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในสังคม 3.ให้ความช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของคนในชนบททำให้การบริหารจัดการกองทุนดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4.สนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้เกิดความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำให้คนยากจนเข้าถึงความยุติธรรม
นโยบายด้านการพัฒนาองค์กรอัยการ 1.เน้นพัฒนาบุคลากรให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะอัยการจังหวัด และอัยการผู้ช่วยที่จะเป็นอนาคตอัยการ โดยจัดฝึกอบรมให้ความรู้และประสบการณ์ ในการฝึกทักษะการว่าความคดีด้านต่างๆ เช่น คดีแพ่ง และคดีปกครอง 2.สร้างระบบการบริหารงานบุคคลที่โปร่งใส ให้บุคลากรทุกระดับปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณธรรมและซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้ระบบการควบคุมด้านวินัยที่จริงจัง 3.นำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว ถูกต้อง รองรับการให้บริการประชาชนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล 4.ส่งเสริมงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกสร้างความเข้าใจกับประชาชนในคดีสำคัญ และด้านต่างๆ
นโยบายด้านการบริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 1.ร่วมกับองค์กรอื่นๆ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นการสอบสวนคดีอาญา หากขาดความร่วมมือร่วมใจกันก็ยากที่จะทำให้คดีที่ซับซ้อนประสบความสำเร็จ 2.พัฒนาประสิทธิภาพการสอบสวนและสั่งคดี ให้เที่ยงธรรมและรวดเร็ว 3.สนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 4.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความผิดร้ายแรง

นโยบายด้านการรักษาประโยชน์ของรัฐ 1.ทำหน้าที่ทนายแผ่นดินอย่างมืออาชีพ 2.ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐในประเด็นทางกฎหมาย 3.เป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ให้แก่รัฐบาลในการดำเนินคดีความต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ
และนโยบายด้านต่างประเทศ 1.ปฏิบัติหน้าที่ประสานงานและให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และเป็นผู้แทนหน่วยงานไทยในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
2.พัฒนาการมีส่วนร่วมและการแสดงความคิดเห็นในเวทีการประชุมระดับโลก ภูมิภาค ยกระดับองค์กรอัยการไทยสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับอัยการประเทศอื่นๆ เพื่อร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
นอกจากนี้ นายเข็มชัยกล่าวว่า นโยบายทั้งหมดเป็นความตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น โดยจะต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและต้องการความร่วมมือกับทุกคน
จากนั้นนายเข็มชัยได้เปิดให้ข้าราชการอัยการ และสื่อมวลชนร่วมซักถามประเด็นต่างๆ โดยนางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด
ได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะ และความคาดหวังในการบริหารงาน อาทิ 1.ความเป็นกลางทางการเมืองในการดำเนินคดี 2.การแก้ไขปัญหาการโยกย้าย 3.ความเสมอภาคของแต่ละบุคคล 4.เอกภาพในการสั่งคดีต่างๆ
5.การรับฟังความคิดเห็น โดยคาดหวังว่าโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการจะมีลักษณะคล้ายโครงสร้างของคณะกรรมการตุลาการ ที่มีตัวแทนจากทุกระดับชั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดขั้นตอนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือการติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ นายเข็มชัยกล่าวเพียงว่า จะดำเนินการตามกฎหมาย และอำนาจหน้าที่ และยืนยันว่าในการดำเนินคดีอัยการทำงานตามพยานหลักฐานที่มีหากไม่เพียงพอก็จะต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการดำเนินคดี และการดำเนินคดีย่อมมีฝ่ายที่ไม่ถูกใจจึงต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และอัยการจะต้องมีความอดทนในการทำงาน
นอกจากนี้ นายเข็มชัยกล่าวถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการปฏิรูปองค์กรตำรวจที่มีแนวทางให้อัยการร่วมสอบสวนด้วยว่า เป้าหมายสำคัญของการสอบสวนคือการได้มาซึ่งพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์ การดำเนินคดีอาญาก็ถือเป็นการบริหารจัดการและพบว่าที่ผ่านมาตำรวจก็มีการปรึกษากับอัยการในการดำเนินคดี จากประสบการณ์ เช่น คดีโรฮิงยา ตำรวจก็มีการปรึกษาร่วมกับอัยการ ทำให้คดีประสบความสำเร็จ ดังนั้น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยที่มีในสังคม และอัยการก็มีความพร้อมที่จะรับบทบาทในการสอบสวน โดยมีความพร้อมมานานแล้วด้วย แต่เราไม่อยากจะหักหาญกับใคร ดังนั้น เราจะให้คนที่มีหน้าที่ในเรื่องนี้เสาะแสวงหาแนวทาง เพราะเรื่องนี้เคยมีการถกเถียงมานานแล้ว

