วันนี้ (24 ต.ค.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กตอบโต้คำชี้แจงของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว โดยระบุว่า
ยังไม่ยอมหยุดแถ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังจะมีหน้าออกมาโต้ว่า “ซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วรอบนี้ ถูกกว่ารอบที่แล้ว” ไอ้ที่ซื้อรอบนี้ถูกกว่ารอบที่แล้วเนื่องจาก โดนสำนักงบประมาณทักท้วงว่าราคาแพงเกินไป จึงจำเป็นต้องลดราคาซื้อต่อเครื่องลง ถ้าไม่ลดจำนวนเงินลงก็อาจถูกเปิดโปงหนักกว่านี้ แต่ประเด็นที่ต้องทักท้วงอย่างยิ่งในขณะนี้ก็คือ ในรอบที่แล้วเป็นการอนุมัติตามขั้นตอนงบประมาณ ปกติ ไม่ใช่มามุบมิบขออนุมัติใช้งบกลางของ ปภ.เช่นในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตดังนี้
1. มีความเหมาะสมหรือไม่ในการเลือกใช้เครื่อง ตรวจจับความเร็วมือถือ ทำไมไม่ใช้เครื่องติดตั้งแบบ อัตโนมัติ จะได้ไม่ต้องใช้กำลังตำรวจให้ไปยืนถือ เพื่อตรวจจับ ที่สำคัญจะไม่ได้ต้องถูกกล่าวหาว่า อาจมีการเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ยังไม่แน่ว่า เครื่องตรวจจับความเร็วแบบมือถือนี้ จะมีความคุ้มค่า กับราคาที่แสนแพงจริงหรือไม่?
2. มีความจำเป็นหรือไม่ อนุพงษ์บอกว่าจะเอามาใช้ ในถนนสายรอง หรือถนนชุมชน ในถนนสายรองและถนนชุมชน รถส่วนใหญ่จะใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 100 ก.ม./ช.ม. ในขณะที่เครื่องตรวจจับที่จะซื้อ อ้างว่าเป็นสเปกเทพ ตรวจจับความเร็วได้ถึง 320 ก.ม./ช.ม. สรุปจะซื้อมาจับรถซุปเปอร์คาร์ที่มาวิ่งบนถนน สายรอง มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? หากจะนำมาใช้ในถนนสายรองหรือถนนชุมชน ซื้อเครื่องฯที่ใช้ได้ดีทั่วไประดับราคาประมาณ 80,000 บาทเท่านั้น ทำไมไม่ซื้อสเปกนี้? ที่สำคัญอุบัติเหตุที่เกิดในถนนสายรองในช่วง เทศกาล ส่วนใหญ่มักเกิดจากผู้ขับขี่เมาสุรา หรือขาดสติ รวมถึงการไม่ใส่หมวกกันน๊อค หรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงไม่น่าจะต้องลงทุนซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว ในสเปกที่สูงขั้นเทพและในราคาที่แพงเว่อร์เช่นนี้ ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น
3. มันสมควรหรือไม่ที่จะมาเร่งรีบอนุมัติในช่วงที่ ประชาชนส่วนใหญ่ กำลังใจจดใจจ่อกับงานพระราชพิธี ทำเหมือนเอาช่วงประชาชนกำลังเผลอ
4. ไม่ว่าจะอนุมัติซื้อในราคาเครื่องละ 900,000 บาท หรือในราคา 675,000 บาท ก็เป็นราคาที่แสนแพงอย่างยิ่ง เนื่องจากเครื่องตรวจจับความเร็วที่มีคุณภาพใช้ได้
อย่างดี เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในถนนสายรองและ ถนนชุมชน มีราคาตามท้องตลาดเพียง 80,000 กว่า บาทเท่านั้น ส่วนต่างมันสูงเกินกว่าจะยอมรับได้ ท่านผู้อ่านยอมรับได้ หรือยอมรับไม่ได้ครับ? ช่วยกันแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลรับรู้ด้วยครับ

