เมื่อรับฟังสถานการณ์ “น้ำ” จาก กทม.ประสานเข้ากับจากกองทัพ ภาคที่ 1 แล้ว
มีความจำเป็น “เร่งด่วน”
ที่ไม่เพียงแต่ 1 กรมชลประทาน 1 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ “จิสด้า”
จะต้องแสดง “บทบาท” มากยิ่งขึ้น
หากแต่มีความจำเป็นที่จะต้องผลักดัน “สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ออกมา
เพื่อรับผิดชอบและบูรณาการด้าน “การข่าว”
มิเช่นนั้นแล้ว แทนที่จะสร้างความอบอุ่น สร้างความมั่นใจกลับจะยิ่งก่อให้เกิดความไม่มั่นใจและไม่แน่ใจ
โดยเฉพาะต่อ “กทม.”
ประเด็นพื้นฐานอย่างที่สุดที่อยู่ในกระบวนการด้าน “ข่าวสาร” ของ ประชาชนในขณะนี้ก็คือ
1 สถานการณ์ของ 12 แก้มลิง
1 สถานการณ์ของปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และในเขื่อนเจ้าพระยา
1 สถานการณ์น้ำทะเล
ในเมื่อ กทม.ระบุว่า “กรมชลประทานไม่มีแผนเพิ่มการระบาย น้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแต่อย่างใด”
ในเมื่อกองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า
“น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงกว่านี้แล้วคือ 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำฝนก็คาดว่าน่าจะไม่มีแล้ว น้ำทะเลก็ไม่หนุน”
แล้วที่ว่า “น้ำทะเลหนุน” มาจากที่ใด
สถานการณ์ทางด้าน “การข่าว” จึงถือว่าดำเนินไปด้วยความสะเปะสะปะ
ไม่ว่าจะเป็นที่ “เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์”
ไม่ว่าจะเป็นที่ “เขื่อนเจ้าพระยา” ไม่ว่าจะเป็นที่ 12 แก้มลิงฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นกรณี “น้ำทะเลหนุน”
หากขนาด “กองทัพภาคที่ 1” ยังได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน หากขนาด “กทม.” ยังได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
แล้วในหมู่ “ประชาชน” จะเป็นอย่างไร

