เมื่อเวลา 09.00 น. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ พร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ โดยยานพาหนะซึ่งจัดจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือออกเดินทางจากอู่ทหารเรือไปยัง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้การสนับสนุนในการเร่งประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณลุ่มน้ำชีให้ระบายลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงให้รวดเร็วยิ่งขื้น สำหรับเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเครื่องยนต์ที่มีอยู่เดิมมาผลิตและพัฒนาขึ้นใหม่เป็น 3 ขนาด คือ ขนาด 320 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ขนาด 220 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 100,000 ลบ.ม. และขนาด 120 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 30,000 ลบ.ม. ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ให้ทุกหน่วยให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กองทัพเรือได้มีการติดตั้งเรือผลักดันน้ำในเบื้องต้นจำนวน 24 เครื่อง ที่บริเวณลุ่มน้ำชีตอนกลาง ที่เขื่อนร้อยเอ็ด 6 เครื่อง ที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี 12 เครื่อง ที่ฝายธาตุน้อย อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี 6 เครื่อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 19 เครื่อง ดังนี้ ที่ ปตร.กุดแดง อ.เมือง จ.มหาสารคาม 15 เครื่อง ที่ ปตร.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม 4 เครื่อง



