เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยกล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ได้หารือประเด็นสำคัญ เช่น มาตรการทางการเงิน พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณ เรื่องการทำความเข้าใจกับระบบผังเมืองให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของการทำโครงการต่างๆ ที่จะต้องผ่านการพิจารณาเรื่องของพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งทั้งหมดทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะไปมองประเด็นเดียวคือไม่ไว้วางใจ แต่มันไม่ใช่เพราะเราต้องการให้ประเทศเดินหน้าและประชาชนมีความสุข มีรายได้ที่สูงขึ้นทั้งเกษตรกรและคนที่ทำอาชีพอิสระ ทั้งการค้าขายหรือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ซึ่งทั้งหมดเราต้องเดินหน้าทำโครงสร้างด้วย ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวรัฐบาลไม่ได้สั่งการแล้วทำได้เลย เพราะทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการทำโครงสร้างทั้งสิ้น คือประชารัฐที่รัฐกับประชาชนร่วมมือกัน ทุกอย่างเราต้องทำกันเองมันถึงจะเดินหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราจะต้องช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อย 25-30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 20 ปีให้ได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการใช้ยานพาหนะที่เป็นเรื่องพลังไฟฟ้าหรือระบบไฮบริด รัฐบาลพร้อมจะส่งเสริมและไทยพร้อมจะเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ในอาเซียน หลังจากเราได้พูดคุยกับบริษัทรถยนต์ในเมืองไทย แต่เขาขอให้เราทบทวนในปัญหาที่เขาเผชิญในช่วงระยะที่ผ่านมาและช่วยแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียสิทธิประโยชน์ แต่มันต้องได้ประโยชน์ที่เท่าเทียม เราพร้อมจะเป็นศูนย์กลางที่ใช้ไบโอดีเซล บี 20 บี 15 ซึ่งจะไปสอดคล้องกับวาระการพัฒนาและการลดโลกร้อน ในขณะเดียวกันเราจะส่งเสริมการใช้น้ำมันปาล์มมาเป็นส่วนผสมด้วย หรือเรื่องรถไฟฟ้าก็เช่นเดียวกันเพื่อไม่ใช้พลังงานที่สร้างมลพิษ ซึ่งทั้งหมดจะต้องร่วมกันวางแผนไม่ใช่คิดจะดำเนินการอย่างเดียว แล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ช่วงที่ทุกคนกำลังแข่งขันกันสร้างอนาคตประเทศ เราต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรให้ช่วยเขาได้ โดยเราจะต้องส่งเสริมสิ่งต่างๆ ในประเทศเราด้วย อย่าคิดว่าเราส่งเสริมแต่เรื่องระหว่างประเทศ แต่ไม่สนใจภายในประเทศ ต้องถามว่าจะทำข้างใดข้างหนึ่งข้างเดียวได้หรือไม่ ในเมื่อทุกอย่างเป็นห่วงโซ่ที่ได้รับผลกระทบด้วยกันหมด เหมือนอย่างที่บอกน้ำ แผ่นดิน อากาศไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของมวลมนุษยชาติ ตนในนามของรัฐบาลไทย ประเทศไทยจะต้องมีหน้าที่ต่อเพื่อนบ้าน เป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ทั้งหมดต้องทำงานต้องทำงานเพื่อมวลมนุษยชาติเพราะโลกใบนี้เป็นของทุกคน เราต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง อย่าคิดว่าเมื่อไหร่จะรวย เมื่อไหร่จะมีราคาดี มีรถใช้ดีๆ อย่างที่ต้องการมันไม่ใช่ เราต้องมาเริ่มต้นใหม่ในเรื่องของการสร้างการเจริญเติบโตและรัฐบาลจะเข้ามาดูแลเรื่องการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มมูลค่า

