“บิ๊กตู่” สั่งเร่งตั้ง สนง.บริหารจัดการน้ำ รับน้ำท่วมปีนี้ไม่ต่ำกว่าปี 54 ยัน ประชาชนต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมและมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเรามีปัญหาในลุ่มแม่น้ำ คือลุ่มแม่น้ำยม น่าน ลงมาเป็นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ทางตะวันออกเฉียงเหนือลุ่มแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ซึ่งมันมีผลกระทบจากพายุในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำมากกว่าปกติ เรามีการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด จะบอกว่าไม่ท่วมเลยก็เป็นไปไม่ได้ ปริมาณทั้งหมดไม่ต่ำจากปี 2554 แต่เราจะทำให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด เราต้องเร่งการระบายน้ำให้เร็วที่สุดให้ทันก่อนน้ำทะเลจะหนุน และต้องเตรียมการรับมือน้ำท่วมภาคใต้ เพราะฝนเลื่อนจากข้างบนไปข้างล่างตามธรรมชาติจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข่าวว่ามรสุมจะเข้า จากวันที่ 31 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน ฝนจะตกภาคใต้และให้ระมัดระวังพายุ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้สั่งการการจัดตั้งสำนักงานการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้จัดการประชุมได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งในส่วนข้อมูลต่างๆ ฝ่ายแผน ฝ่ายปฏิบัติ จะรวบรวมแผนงานงบประมาณทั้งหมดของทุกหน่วยงานมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ ในการที่จะอนุมัติเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราใช้อำนาจการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งตนเป็นประธานอยู่แล้วและได้สั่งการให้ทุกกระทรวงต้องทำงานสอดคล้องกัน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาเราทำได้มากพอสมควร อย่างเช่นการพิจารณาในเรื่องของ อ.บางบาล และ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งใช้งบประมาณไปหมื่นกว่าล้านบาท และให้พิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ที่จะทำคลองใหม่ที่จะระบายน้ำในแม่น้ำป่าสักอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อออกทะเล ซึ่งอาจจะผ่านไร่นาของเกษตรกรและอาจจะผ่านพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่อาศัย ซึ่งส่วนนี้คือความยากง่ายในการทำงาน อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ค่อนข้างมาก ประมาณ 3-4 หมื่นล้าน โดยต้องมีการมาพิจารณาให้เหมาะสมว่าถ้าทำแล้ว จะคุ้มค่าหรือไม่ แต่อย่างน้อยจะช่วยป้องกันน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ อ.บางบาล และอ.บางไทร โดยจะต้องมีประตูกั้นน้ำตลอดระยะเส้นทาง ถ้าน้ำน้อยจะกักเก็บน้ำเอาไว้ แต่ถ้าน้ำมากต้องระบายน้ำ เพื่อช่วยระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา
นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค น้ำประปา จะทำให้ครบ 75,000 กว่าหมู่บ้าน ที่ผ่านมา 9,000 กว่าหมู่บ้านยังไม่ครบ ซึ่งน่าจะครบภายในปีนี้หรืออย่างช้าในปีหน้า ส่วนในเรื่องน้ำในพื้นที่การเกษตร ทั้งประเทศเราทำได้ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด แต่ติดปัญหาเรื่องความสูงเพราะเราต้องปั๊มน้ำจากที่ต่ำขึ้นไปที่สูง ซึ่งต้องใช้งบประมาณมาก คลองส่งน้ำก็ทำได้ยาก เราจำเป็นต้องปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเกษตร จึงอยากให้สื่อช่วยกันทำความเข้าใจกับเกษตรกร ในเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือ ทุกกระทรวงมีอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง ในเรื่องการดูแลความเสียหายของบ้านเรือน ทุกอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว โดยจะนำมาขับเคลื่อนให้ได้โดยเร็ว วันนี้ตนได้สั่งการให้เร่งสำรวจในพื้นที่ที่น้ำท่วม บางพื้นที่ไม่เคยท่วมแล้วถูกน้ำท่วมก็เป็นความเสียหาย ซึ่งจะต้องไปดูในรายละเอียด

