‘บิ๊กตู่’วอนสื่อพิจารณาคนไปพูดต่างประเทศให้รอบคอบ หากขยายความต้องครบทุกประเด็น ปูดมีข้อมูลกลุ่มการเมืองเคลื่อนไหว ส่วนเชื่อมโยงกันหรือไม่ ให้ จนท.ติดตามอยู่ ขู่คนพูดกองกำลังนอกกฎหมาย จะติดคุกหรือไม่
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าวันนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาหลายๆ อย่างที่เป็นปัญหาทับซ้อนกันหมด รัฐบาลก็เหนื่อยที่จะต้องแก้ปัญหา แต่ไม่เป็นไร เพราะประชาชนเหนื่อยและลำบากมากกว่า ตนได้บอกคณะรัฐมนตรีไปแล้วว่าเราต้องอดทน ช่วยกัน อย่าท้อแท้ ไม่เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ซึ่งรัฐบาลทำไว้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เสียเวลาไปเปล่าๆ และยังแก้ไม่หมดในตอนนี้ อีกทั้งต้องเริ่มต้นใหม่เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทำให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งก็ต้องลำบากเพราะที่ผ่านมาอยู่ในโครงสร้างที่ผิดมาตลอด ไม่มีประสิทธิภาพ จะเจตนาดีหรือไม่ดีตนไม่รู้ และตนไม่อยากให้ไปฟังมากนัก และนำไปขยายความ ตัวอย่างเช่น การไปพูดคุยในต่างประเทศ สื่อก็นำไปขยายความอย่างนั้นอย่างนี้ว่ารัฐบาลนี้และ คสช.ด้วย ซึ่งในความเป็นจริง เขาตั้งหลายคำถาม สมัยที่อยู่ทำงานมา แต่เขาก็ไม่ตอบ แต่กลับมาเล่นงานรัฐบาลปัจจุบัน เรื่องนี้ขอให้ดูให้ละเอียดด้วย หลายคำถามที่ไม่ยอมตอบ แต่จะตอบเฉพาะที่จะมาเล่นงานตน เพราะฉะนั้นสื่อเองก็ต้องเลือกที่จะฟัง จะเชื่อ และขยายความในสิ่งที่ถูกต้อง หากจะขยายความก็ต้องขยายให้ครบ ไม่ใช่เลือกเฉพาะ 4-5 คำถามเพื่อมาเล่นงาน คสช. อย่าลืมว่าสิ่งที่ตนทำทั้งหมดนั้นเรื่องอะไร
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ถ้าเราไม่มีอะไรใหม่ก็จะอยู่แบบเดิม จมดักดานเหมือนเก่า แล้วก็จะไปต่อไม่ได้ ชีวิตก็ไม่มีความสุขจนถึงลูกหลานในอนาคต วันนี้ตนไม่อยากให้ทุกคนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายในหลายๆ เรื่อง บางเรื่องถือว่าเลวร้าย ไม่น่าจะกลับไป ขอให้ทุกคนเดินหน้าดีกว่า ร่วมกันสร้างประเทศให้มีเสถียรภาพอยู่ในระดับที่เดินหน้าได้ ใช้เวลาอีกระยะสร้างความเข้มแข็งประมาณ 5 ปี น่าจะเอาอยู่ ซึ่งเราก็จะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “วันนี้เราต้องระมัดระวังเครือข่ายทางการเมือง วันนี้ก็ขยับกันอีกแล้ว ผมก็ได้รับข้อมูลมาพอสมควร พอมีคนพูดตรงนี้ ทางโน้นก็เกิดขึ้น มันถือเป็นความเชื่อมโยง แต่ผมไม่ได้กล่าวให้ใครเสียหาย ใครพูดก็รับผิดชอบกันไป แต่ผมก็สั่งให้มีการติดตามทั้งหมดว่าใครพูด ใครรับต่อ ถ้ามันใช่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เพราะเรื่องของชีวิตคนเราจะปล่อยไปไม่ได้ มันจะเกิดครั้งหนึ่ง แม้ไม่มีคนตาย แต่มันก็ระเบิด ผมไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นสักอย่าง”
เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามถึงการพูดถึงเรื่องกองกำลังที่สามหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “กำลังดูอยู่ว่ามันติดคุกหรือเปล่า ที่มาพูดเรื่องกองกำลังนอกกฎหมายแบบนี้”
เมื่อถามย้ำว่า เครือข่ายทางการเมืองที่พูดถึงมีการเคลื่อนไหวและขยับอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็มีการขยับกันมาเป็นระยะๆ ซึ่งในความเป็นจริงมีทุกที่ ทุกจังหวัด มีการขยับกันอยู่ใต้ดิน สื่อไม่รู้กันเลยหรือ เป็นการขยับในลักษณะเพื่อไม่ให้ประเทศเดินไปได้ มีเรื่องประชาธิปไตยบ้าง เรื่องประชามติบ้างก็ยังมีคนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งตนอยากถามว่า คนทั้งประเทศจะยอมหรือเปล่า ถ้ายอมก็รับชะตากรรมกันไป ตนก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว “ผมไม่อยากไปมุ่งร้ายใคร แต่ผมก็มีข้อมูลของผม สื่อก็อย่าไปเขียนให้ทะเลาะเบาะแวงกันอีก เพียงแต่ผมต้องการพูดให้ฟัง เมื่อใดก็ตามประเทศชาติยังไม่สงบประชาชนยังไม่ร่วมมือกัน ไม่รักและสามัคคีกัน ก็เป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่มันไม่ดีก็จะเข้ามาสู่ประชาชน และบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้นคนไทยต้องกลับมารักกันให้มากที่สุด อย่าให้ใครมายุแยงตะแคงรั่ว อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องดูว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร ทำดีแล้วหรือยัง ถ้าอะไรไม่ดีก็บอกผมมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตหรือเรื่องอะไรก็ตาม ก็ขอให้บอกมา อย่าพูดลอยลมเช่นนี้ถ้ามีการทุจริตก็ให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามาไม่ต้องกลัว ขอให้มีหลักฐานชัดเจน วันนี้รัฐบาลพยายามระมัดระวังทุกอย่างและสั่งการชัดเจน ตรงไหนที่มีการกล่าวหา สอบสวนและลงโทษ บางครั้งก็เป็นเรื่องภายในเป็นการลงโทษทางวินัย เพราะไม่ใช่ความเสียหายร้ายแรง แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ต้องตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด”
เมื่อถามว่า วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 62 ปี วันที่ 21 มีนาคมนี้ นายกรัฐมนตรีอยากได้ของขวัญอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องให้ของขวัญอะไรผม ไม่ต้องเป็นห่วงผม เว้นแต่พี่น้องที่รักกัน แต่สิ่งที่ผมขอให้พวกเขาอวยพรให้ผม ขอให้จัดของขวัญปีนี้ให้เป็นของขวัญของประชาชนทั้งประเทศด้วย นั่นคือความสุขของผม หลายคนอวยพรวันเกิดผม ผมบอกเขาว่าวันเกิดผมอีกวันคือวันที่ 22 พฤษภาคม เป็นวันเกิด คสช. วันนี้เป็นวันเกิดหลายอย่าง รวมทั้งเป็นวันเกิดปลานิลครบ 50 ปี ผมขออย่างเดียวเป็นของขวัญ อย่างอื่นผมไม่ต้องการเลย คำอวยพรอื่นผมก็แทบไม่ต้องการยกเว้นเพื่อนสนิท มิตรสหาย ผู้บังคับบัญชา ลูกน้อง ผมต้องการอย่างเดียวคือทำของขวัญให้ประชาชน ให้เขาอยู่ดี กินดี มีรายได้ดี เขาก็คลายทุกข์ คลายโศกไปบ้าง อย่ามาขัดแย้งกันอีกเลย ผมไม่ต้องการมาสร้างความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างทำเพื่อจุดประสงค์ที่มีเป้าหมายคือประชาชนมีความสุข ประเทศชาติมีเสถียรภาพ มีความเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน

