แรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ ออกมาแถลง
จะยังไม่”ปลดล็อก”พรรคการเมือง
“ยังไม่เรียบร้อย ยังมีการโจมตีบิดเบือนกันอยู่ ยังไม่ไปในทิศ ทางเดียวกัน และจะทำให้มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ไม่ได้”
เด่นชัดว่า “พรรคการเมือง” คือ “ปัญหา”
น่ายินดีที่ นายสมชาย แสวงการ ประสานกับ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ออกมาร่วมด้วยช่วยกัน
ทำให้กระจ่างยิ่งขึ้นว่า “ปัญหา” อยู่ที่ใด
“ยังเหลือกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับ การปลดล็อกต้องรอกฎหมายลูก 2 ฉบับนี้ด้วย”
ทุกคนก็ร้อง”ฮ้อ”อย่างพร้อมเพรียงกัน
หากดูจากนักการเมือง หากดูจากแต่ละพรรคการเมือง ล้วนเปิดกว้างรับได้ทุกประตู
ไม่ว่า นายวัฒนา เมืองสุข จากพรรคเพื่อไทย
ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา หรือ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์
ได้”หมด” ถ้า”สดชื่น”
ความไม่สดชื่นจึงมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากกว่า
หากฟังจาก”สนช.”ที่ออกมา “นำร่อง”
เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า การ”ปลดล็อก”ที่เหมาะสมน่าจะเป็นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2561
นั่นเท่ากับว่าเดือนพฤศจิกายน 2561 จะยังไม่”เลือกตั้ง”
ประเมินจากท่าทีและการสำแดงออกของ 1 คสช. และ 1 สนช.ที่ชมชอบการห้อยโหนโจนทะยาน
เส้นทาง”ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล”
น่าจะดำเนินไปอีหรอบเดียวกับ “ปฏิญญา โตเกียว” รวมถึง
“ปฏิญญา นิวยอร์ค” นั่นก็คือ ติด “โรคเลื่อน”
กลไกสำคัญที่จะนำมาเป็น “เครื่องมือ” คือ กระบวนการในการยกร่าง”กฎหมายลูก”เหมือนกับกรณีคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เมื่อเดือนกันยายน 2558
เราจะทำตาม”สัญญา” ขอ”เวลา”อีกไม่นาน

