หมายเหตุ – เป็นความเห็นจาก ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ ทำนองสถานการณ์การเมืองยังไม่สงบ จึงไม่มีคำสั่งปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม
ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่
ประเด็นแรกคือท่านนายกรัฐมนตรีกลับมาจากสหรัฐอเมริกาด้วยความร่าเริงสดใส บอกว่าจะมีการเลือกตั้ง ประเด็นที่ 2 คือท่านพูดมาตลอดว่าอยากให้มีการปรองดอง สามัคคี รักกัน อย่างที่ใครๆ ก็เรียกร้องกัน แต่เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วทำไมจึงยังกีดกันหรือไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็น กรณีเมื่อหลายปีก่อนที่มีข้อขัดแย้งกัน คือเป็นการขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองกับนักการเมืองส่วนหนึ่งที่ลาออกไปแล้ว ถามว่าทำไมเขาไม่ทำเป็นพรรคการเมือง เพราะมันมีกติกาของพรรคการเมืองอยู่ว่าต้องอยู่ในกรอบ ในเกณฑ์ ถกเถียงกันด้วยเหตุผล แต่คนส่วนนั้นที่ไม่อยากอยู่ในกลุ่มนี้ก็ลาออกไปตั้งเป็นกลุ่ม กปปส.เดินขบวน
ผมถามกลับว่า ในเมื่อพรรคการเมืองมีกติกาของมันอยู่ แล้วนักการเมืองแต่ละคนก็ถกเถียงกันในกรอบ อย่างนั้นน่าจะเปิดโอกาสให้ปลดล็อกได้แล้ว ให้มีการพูดคุยกัน ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ในเมื่อคนไทยก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่าต้องการทำความดี จับมือกันสร้างประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ที่แล้วมาก็ให้แล้วไป ผมว่าตอนนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีมาก ผมเองเป็นคนต่างจังหวัดก็ดูจากข่าว หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุต่างๆ สถานการณ์มันก็เรียบร้อยดีทั้งหมด ไม่มีปัญหาอะไรที่จะต้องไปล็อกกุญแจนั้นไว้อยู่
หากปลดล็อกพรรคการเมืองช้าไปกว่านี้คงไม่ดี มีแต่ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน อย่างที่กล่าวว่าภายหลังท่านนายกฯกลับจากสหรัฐก็ยิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่าจะมีการเลือกตั้ง ถ้าจะยังไม่ปลดล็อก ก็จะ มีแต่ความสงสัยว่าที่ไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองเป็นเพราะอะไร ท่านต้องชี้แจงได้
ตั้งแต่ พ.ศ.2512 เป็นต้นมา มีการจัดการเลือกตั้งครั้งแรกขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาออกไปรณรงค์ให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งกันทั่วประเทศ ส่งเสริมการเลือกตั้ง สังเกตการเลือกตั้งทั่วประเทศ ไปแนะนำทำบัตร และไปศึกษาดูการหาเสียง ซึ่งตั้งแต่ พ.ศ.2512 เป็นต้นมามีการจัดการเลือกตั้งหลายครั้ง มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริม ศูนย์ติดตามการเลือกตั้ง ศูนย์สังเกตพฤติกรรมการทำงานของ ส.ส. กระทั่งดูว่าใครหลับในที่ประชุมสภา ใครแอบดูภาพโป๊ รู้หมดเลย ตลอด 48 ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ประเทศไทยมีปรากฏการณ์การต่อสู้แข่งขันเรื่องประชาธิปไตยหลายครั้งมาก
ถามว่าเมื่อรัฐบาลประกาศปลดล็อกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะเกิดบรรยากาศของการพูดจาหาเสียงแข่งขัน พูดจาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย ถ้าบอกว่าวุ่นวาย วุ่นวายตรงไหน ถ้ามีคนทำผิดกฎหมายคุณก็ออกมาจับได้
ประการที่ 1 คือไม่เห็นเป็นปัญหาอะไร ประการที่ 2 ที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ศ.2512 มันไม่เคยมีประเภทตีกันแบบสภาต่างประเทศที่ยกเก้าอี้ตีกัน ในสภาไทยมีแบบนี้น้อยมาก แล้วกรณี กปปส.ออกมาเดินขบวนคัดค้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขาก็ไม่ใช่พรรคการเมือง เป็นกลุ่มองค์กรที่ตั้งขึ้นมา แสดงว่าเขารู้อยู่ว่ากติกาของพรรคการเมืองไม่อนุญาตให้ทำ ในเมื่อเรียบร้อยอย่างนี้แล้วจะกลัวอะไร
สังเกตว่าทันทีที่ท่านนายกฯประกาศว่าจะมีการเลือกตั้ง หุ้นก็ดีดขึ้นทันที นี่คือบรรยากาศ คือท่าทีของวงการธุรกิจ ท่าทีของประชาชน ท่าทีของสื่อมวลชนที่อยากเห็นบรรยากาศเปิดเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์ พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่เก็บเอาไว้แล้วพูดอะไรไม่ได้ อึมครึมอยู่เช่นนี้ ปลดล็อกให้หายอึมครึม ให้มันสว่าง

