09.00 INDEX กรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออก ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน

3.11.17 | 08:59 น.

ทั้งๆที่ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนกล่าวถึงกรณีของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกว่าเป็น “เรื่องส่วนตัว”
“ท่านบอกว่าจะไปประกอบธุรกิจส่วนตัวก็ไป คณะทำงานที่ออกตามนั้นเพราะเขามาด้วยกันจึงต้องออกด้วยกัน”
แต่คำถามอันตามมา คือ ทำไมต้องออกตอนนี้
คำว่าตอนนี้ก็คือ พลันที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ย้ายอธิบดีกรมการจัดหางานในแบบ “ฟ้าผ่า”
นั่นก็คือ ย้ายโดย “มาตรา 44”
เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า การลาออกของรัฐมนตรีและคณะมี ความสัมพันธ์กับ “มาตรา 44” และอธิบดีกรมการจัดหางาน
นี่ย่อมมิใช่ “เรื่องส่วนตัว” แน่นอน

ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับก็คือ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล มีธุรกิจอะไรอย่างเป็น “ส่วนตัว”
ในเมื่อตลอดชีวิตก็เป็น “ทหาร”
เคยดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหาร เคยดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม
จากนั้นจึงมาเป็น “รัฐมนตรี”
ความสงสัยของ “สังคม” จึงเป็นความสงสัยต่อเงื่อนงำ 1 การลาออกอย่างกะทันหัน
กะทันหันเหมือนกับฟ้าผ่าเปรี้ยงจาก “มาตรา 44”
เป็นความสงสัยที่ว่าก่อนใช้ “มาตรา 44” ย้ายอธิบดีกรมการจัดหางาน หัวหน้าคสช.เคยหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือไม่
เพราะ “รัฐมนตรี” มิได้เป็นคนอื่นไกลหากเป็น “ทหาร” มาด้วยกัน
และมาก็เพราะ “เทียบเชิญ” จาก “คสช.”

สถานการณ์ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม กับเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน จึงมากด้วยความละเอียดอ่อน
ยิ่งหากเป็น “กระบวนการ” บริหารจัดการ
ยิ่งทำให้เห็นว่าบางทีท่วงทำนองของระบบบังคับบัญชาในแบบทหารจะเหมาะสมหรือไม่กับระบบบังคับบัญชาในแบบของพลเรือน
เรื่องนี้จึงมีกลิ่นอาย “การเมือง” มากกว่า “การทหาร”
ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน