บิ๊กตู่หอบคณะตรวจน้ำท่วมเมืองนครฯ เจอฝนกระหน่ำหนัก อ้อนขอความไว้วางใจ เตือนเฝ้าระวังดีเปรสชั่น รอฟังข่าวจากกรมอุตุฯ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางโดยเครื่องบิน Embraer บ.ท.135 ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย แต่ด้วยสภาพอากาศไม่อำนวย เครื่องบินของคณะนายกฯจึงเปลี่ยนมาลงที่อากาศยาน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนจะนั่งรถประมาณ 2.30 ชั่วโมง เดินทางไปยังศูนย์ประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดของภาคใต้และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรคในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ 15 จังหวัด รวม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยตลอดการลงพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก พล.อ.ประยุทธ์และคณะจึงต้องถือร่มด้วยตัวเองในระหว่างการเดินทางจากสนามบินไปยังรถยนต์ และต้องถือร่มระหว่างเดินเพื่อพบไปปะประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชน ข้าราชการ ชาวปากพนัง ว่า ทุกคนถือว่าเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ข้าราชการ หรือนักการเมือง ทุกคนต้องช่วยกันพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลจะวางยุทธศาสตร์ 20 ปีเพื่อพัฒนา วันนี้รัฐบาลไม่ต้องการอย่างอื่นนอกจากความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อร่วมมือกันสร้างสิ่งที่ยังขาด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงรับสั่งอยู่เสมอว่าให้รัฐบาลดูแลประชาชนให้มีความสุข มีความพึงพอใจให้มากที่สุด ลดปัญหาที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็ว การแก้ปัญหาอุทกภัยนั้น รัฐบาลได้นำใส่เกล้าน้อมกระหม่อม มาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ได้นำคณะรัฐมนตรีมาชี้แจง พร้อมวางแผนในการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ตั้งใจจะมา โดยตื่นตั้งแต่ตี 5 แต่เครื่องบินมาไม่ถึง จึงต้องไปลงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วนั่งรถมาอีก 2 ชั่วโมงกว่า วันนี้มาในฐานะผู้รับใช้ประชาชน ไม่ได้มาในฐานะผู้เป็นใหญ่เป็นโต เราอยากดูแลให้ประชาชนมีความสุข การบริหารงานของรัฐบาลจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดในหลายเรื่องด้วยกัน และทุกคนต้องร่วมมือ จะให้ใช้อำนาจอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ ขอให้ชาวปากพนังถ่ายทอดช่วยกันคิดว่าเราจะช่วยกันอย่างไร เพื่อประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า เพราะถ้าอยู่แบบเดิม จะแก้ปัญหาไม่ยั่งยืน
“วันนี้เราอยู่ในพื้นที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวทางพระราชดำริในโครงการปากพนังเอาไว้ โดยเราจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาปากพนังมีปัญหาถูกบุกรุกพื้นที่ป่า ประชากรมีมากขึ้น มีปัญหาด้านการเกษตร การประมง หลายนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว ขอให้ทุกคนเข้าใจว่า เราไม่ได้ใช้อำนาจเด็ดขาดอย่างที่หลายประเทศเขาทำ เพราะเรายังต้องทำ EIA และ EHIA และผมไม่อยากไปขัดแย้งกับประชาชนแม้แต่คนเดียว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในด้านความเท่าเทียม จะต้องสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนได้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่ดีขึ้น เราต้องดูแลผู้ที่มีความลำบากก่อนเสมอ รัฐบาลไม่ได้ดูแลคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ดูคนทั้งประเทศ วันนี้เรามีภัยจากพายุที่เข้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคม ส่งผลให้ไทยมีน้ำท่วม 23 จังหวัด ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามบริหารจัดการ น้ำท่วมปีนี้ต่างจากปี 2554 ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตร แต่เราป้องกันเพื่อจำกัดความสูญเสียได้ และต้องเข้าใจว่าหากอยู่นอกคันกั้นน้ำ น้ำก็จะท่วม แต่ท่วมเพื่อป้องกันผลกระทบแก่พื้นที่ส่วนใหญ่ หรือเขตธุรกิจสำคัญ รวมถึงเขตโรงพยาบาล ราชการ
“จึงขอความร่วมมือจากทุกท่าน เพราะเราต้องเตรียมความพร้อม ขอให้ทุกคนรับฟังข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ก็ได้ให้เฝ้าระวัง เพราะพายุดีเปรสชั่นกำลังเข้ามา ที่สำคัญคือจะต้องอธิบายศาสตร์พระราชา แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ประชาชนได้เข้าใจ โดยต่อไปจะต้องดูและแก้ไขปัญหาเป็นรายจังหวัด แต่บางพื้นที่การศึกษายังน้อย ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ฉลาด แต่โอกาสเข้าถึงนั้นมีน้อย ขณะที่เด็กหลายคนออกนอกระบบการศึกษา จึงได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการไปพัฒนา กศน.เพื่อยกระดับคน การศึกษาไทยต้องไม่ใช่แค่เรียนให้จบปริญญา แต่ไม่มีงานทำ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

