“สมชัย” ลุยฉะกฎหมายลูก ส.ส.ฉบับมีชัย ชี้การเพิ่มผู้มีสิทธิออกเสียงหน่วยละพันคน หวั่นเป็นอุปสรรค จำนวนต่อแถวยาว-เดินทางไกลขึ้น ขณะที่การลด กปน.ส่อทำปชช.ไม่สะดวก เหตุกรรมการไม่เพียงพอ
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าววิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ที่ผ่านมาในอดีต กกต.ได้ใช้เกณฑ์ผู้มีสิทธิออกเสียง 600-800 คน การเพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิต่อหน่วยเป็น 1,000 คน ทำให้เกิดผลที่ตามมาหลายประการ เช่น จำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศจะน้อยลง จากที่เคยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศประมาณ 95,000 หน่วย อาจลดลงเหลือประมาณ 60,000 หน่วย ซึ่งหมายความว่าประชาชนจะต้องเดินทางไปหน่วยเลือกตั้งด้วยระยะทางที่ไกลขึ้น หน่วยออกเสียงที่เคยกระจายครอบคลุมพื้นที่ อาจตั้งอยู่ห่างกันมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งอาจเป็นอุปสรรคต่อการไปใช้สิทธิ ในขณะเดียวกันจำนวนผู้ต่อแถวใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจะยาวขึ้น ความสะดวกในการใช้สิทธิจะลดลง ทั้งนี้ กกต.ชุดนี้พยายามให้แนวคิดแก่สำนักงานฯในด้านการอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมให้คนมาใช้สิทธิมากขึ้น แต่การออกแบบใหม่ของ กรธ. ยิ่งเป็นอุปสรรคในการใช้สิทธิของประชาชน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ กกต.เคยให้ความเห็นแก่ กรธ.ไปแล้ว แต่เมื่อยังออกกฎหมายให้เป็นตามนี้อีก กกต.ก็พร้อมรับมาปฏิบัติ โดยไม่มีความเห็นขัดแย้งว่า เป็นเรื่องที่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่วันเลือกตั้ง หากคนมาใช้สิทธิน้อยและต่อแถวยาวควรทราบว่าใครเป็นสาเหตุ
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการลดกรรมการประจำหน่วย จากเดิมไม่น้อยกว่า 9 คน เหลือไม่น้อยกว่า 5 คน ยกเว้นหน่วยที่มีผู้มีสิทธิเกินกว่า 800 คน อาจเพิ่มจำนวนกรรมการประจำหน่วยได้ตามความเหมาะสม วิธีคิดดังกล่าวดูเหมือนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกรรมการประจำหน่วยที่ใช้คนน้อยลง แต่ในความเป็นจริงจะเป็นปัญหาอุปสรรคในการทำงานมากกว่า เนื่องจากมีการขยายเวลาในการเลือกตั้งออกไปอีกหนึ่งชั่วโมง ถึง 16.00 น. และกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิต่อหน่วยเพิ่มขึ้นอาจทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่มีไม่เพียงพอ และไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน หรือถึงขนาดการซื้อกรรมการยกหน่วยโดยผู้มีอำนาจอิทธิพลอาจกระทำได้ง่ายขึ้น
ประเด็นดังกล่าว กกต.เคยทักท้วงแล้ว แต่เมื่อ กรธ.ยืนความเห็นดังกล่าว กกต.ก็พร้อมรับปฏิบัติ โดยไม่ถือเป็นประเด็นที่ขัดรัฐธรรมนูญ

