การที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”ใน บรรยากาศแห่ง “การปรับครม.”สะท้อนอะไรในทางการเมือง
1 สะท้อนว่า “เศรษฐกิจ”มีปัญหา
ไม่ว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ไล่ตั้งแต่ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง เป็นต้น
ล้วนอยู่ในมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ยิ่งกว่านั้น ฝันร้ายจากมหาอุทกภัยเมื่อเดือนตุลาคม 2554 ยังหวนมาปรากฏขึ้นอีกในเดือนตุลาคม 2560
เป็น 6 ปีที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ไม่ว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ล้วนเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
1 กระทรวงนี้อยู่ในมือ “ทหาร”
จินตภาพอันต่อเนื่องจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อ เนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เป็นจินตภาพในความเข้มแข็ง เฉียบขาดของ”ทหาร”
ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกในทางความคิดอันก่อตัวนับแต่หลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นมา นำไปสู่การตั้งความหวังกับทหารและความเข้มแข็ง
เข้าทำนองเสียงตะโกนในแบบ”คิดถึงสฤษดิ์จริงโว้ย”
แต่ลืมนึกไปว่าประเทศไทยในปี 2549 และในปี 2557 ไม่เหมือนเมื่อปี 2500
สังคม และ เทคโนโลยีได้”เปลี่ยน”ไปมากแล้ว
“ทหาร”อาจเป็นคำตอบได้ในเรื่อง”ความมั่นคง” แต่ก็อาจไม่เหมาะในยุคโลกาภิวัฒน์ “ไทยแลนด์ 4.0″ก็ได้
ต่อให้”ร้อยสฤษดิ์”มาอยู่ในปี 2560 ก็คงเหนื่อยลิ้นห้อย
ยิ่งสถานการณ์”ปรับครม.”ทวีความร้อนแรงมากเพียงใด สภาพทางการเมืองก็จะยิ่งพัฒนาขยายและบานปลายมากเพียงนั้น
เหมือนกับ”กระทรวงเกษตรและสหกรณ์”จะเป็น”เหยื่อ”
ความจริงแล้ว,ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับเป็น”สงครามตัว แทน”เพราะเป้าหมายอยู่ที่ตำแหน่ง”รัฐมนตรี”ต่างหาก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ จึงเป็นเหมือน”ตัวแทน”
ความล้มเหลวจากฝีมือ”ทหาร”ต่างหากคือ “ตัวจริง”

