การออกมาตั้ง 4 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
การออกมาตั้ง 6 คำถามยิ่งสุดยอด
อย่าไปตำหนิติเตียน อย่าไปเยาะเย้ย หยามหยัน เพราะนี่คือ การเปิดตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาอย่างเต็มที่ทำให้ได้รู้จักตัวจริง ของจริง
ตรงไปตรงมา ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ
ประการสำคัญก็เหมือนที่ นายถาวร เสนเนียม สรุปอย่างรวบ รัดนั่นแหละ
เท่ากับเป็น “การเปิดหน้า”
เปิดให้รู้ว่า “คิด” อย่างไร เปิดให้รู้ว่า “ต้องการ”อะไร ไม่ลับๆล่อๆ
ไม่ว่านักจิตวิเคราะห์ยุค ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ไม่ว่านักจิตวิเคราะห์ยุค อีริค ฟรอมม์ มีความเห็นตรงกัน
ใน”คำถาม” ย่อมมี “คำตอบ”
คนที่เสนอคำถามไม่ว่ากับเพื่อน ไม่ว่ากับสังคม ล้วนมีคำตอบอยู่แล้วในใจ
เพียงแต่ถามเพื่อสร้างความมั่นใจ
หากตอบได้ตรงกับของตนก็เท่ากับยืนยันว่าสมมุติฐานถูกต้อง ขณะเดียวกัน ก็ได้เพื่อนในแนวทางเดียวกัน
หากตอบไม่ตรงกับความต้องการก็อาจจะหงุดหงิด
การเสนอคำถามไม่ว่า 4 ข้อหรือ 6 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มิได้อยู่นอกเหนือไปจากบทสรุปนี้ของนักจิตวิเคราะห์
อ่าน”คำถาม”ดีๆก็จะรู้จักและประจักษ์
ประเด็นที่อาจจะกลายเป็นปัญหาและก่อให้เกิดคำถามตามมาก็คือ สิทธินี้จะเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นหรือ
คนอื่นๆจะสามารถ “ถาม”ได้หรือไม่
คนอื่นๆจะสามารถใช้ช่องทางผ่าน”ศูนย์”ของกระทรวงมหาดไทยได้มากน้อยเพียงใด คนอื่นๆในที่นี้รวมถึง “นักการเมือง” ด้วย
ช่องทางต่างๆที่ 6 คำถามนี้ได้รับการเผยแพร่หากเป็นคำถามจากด้านอื่นจะได้รับการเกื้อหนุนหรือไม่
เพราะนี่คือบรรยากาศแห่งความเป็น”ประชาธิปไตย”

