มีความจำเป็นต้องเปิด“พื้นที่”ให้กับ 6 คำถาม มีความจำเป็นต้อง เปิดพื้นที่ให้กับเสียงสนับสนุน
ไม่ว่าจะมาจากโฆษก”วิปสนช.”
ไม่ว่าจะมาจาก “สนช.” ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวเป่า”นกหวีด”ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
เพราะยิ่ง”เปิด” ตัวตนของพวกเขาก็จะ”เผยแสดง”
ด้าน 1 เหมือนกับจะยืนยันผลงานและความสำเร็จตลอด 3 ปีเศษของกระบวนการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”ตามอนุสาสน์อันออกมาจากกปปส.
ด้าน 1 ก็สะท้อนถึง”ความกลัว”
ความกลัวต่อ “นักการเมือง” ความกลัวต่อ”พรรคการเมือง”และความกลัวต่อ “การเลือกตั้ง”
ที่ผ่านมา,สื่อมองว่า“เสียง”ของบรรดาพลพรรคแห่ง”แม่น้ำ 5 สาย”จะดำเนินไปในท่วงทำนองแบบ
คุณ”ห้อย” คุณ”โหน”
เหมือนกับบทบาทอันเคยปรากฏผ่าน “สภา” ไม่ว่าจะสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ ไม่ว่าจะสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ว่าจะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย
ซึ่งเข้าทำนองแบบ”สภาฝักถั่ว”ในยุคพรรคเสรีมนังคศิลาและในยุคพรรคชาติสังคม พรรคสหประชาไทย
ก็เลยตั้งข้อรังเกียจ ไม่ยอมถาม ไม่ยอมฟัง
ทั้งๆที่การปรากฏขึ้นของ 4 คำถามตามด้วย 6 คำถามคือคุณูปการอันใหญ่หลวง ทำให้ได้รู้ว่าภายใต้คำถามนั้นมีความคิดและความต้องการอะไร
เปิดเปลือย ล่อนจ้อน
การออกโรงของ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประสานกับการออกโรงของ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ต่อ 6 คำถาม
จึงต้องสนับสนุน เปิด”พื้นที่”
ยิ่งสนช.อย่าง นายสมชาย แสวงการ ยิ่งสปช.อย่าง นายวัน ชัย สอนศิริ ยิ่งควรให้ความสนใจ
เพราะ”ท่าน”เหล่านี้แนบแน่นกับศูนย์กลางแห่ง”อำนาจ”
สามารถ “คิด” และสามารถ “พูด”แทนผู้หลักผู้ใหญ่ใน “คสช.”ได้ราวกับเป็นตัวแทนเป็นอย่างดี
จึงเท่ากับ”อรรถาธิบาย” 6 คำถามได้อย่างแจ่มชัด

