เหมือนกับการเสนอ 6 คำถามจะดำเนินไปอย่าง “ไร้กระบวนท่า” แต่เมื่อมองผ่าน 2 เรื่อง
1 การไม่ยอม “ปลดล็อก” พรรคการเมือง
ขณะเดียวกัน 1 ประกาศจะเริ่มต้นทางการเมืองด้วยการเลือกตั้งระดับ “ท้องถิ่น”
เด่นชัดยิ่งว่า นี่คือ “กระบวนท่า”
การเคลื่อนไหวของ “คสช.” จึงมิได้เป็นไปอย่างไม่มี “กลยุทธ์” ตรงกันข้าม ยังยึดกุมหลักการ “ลับ ลวง พราง” ไว้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์
นี่คือ ลักษณะ “การรุก” อย่างเป็นจริงในทางการเมือง รัดกุม รอบด้าน
เท่ากับดำรง “การศึกมิหน่ายเล่ห์” มั่นแน่ว
หากศึกษากระบวนการ รุก กระบวนการถอยของ คสช.อย่างต่อเนื่องก็จะมองเห็นตามความเป็นจริง
“นักการเมือง” อาจมองอย่าง “สบประมาท”
สบประมาทว่า คสช.มีพื้นฐานทาง “การทหาร” ย่อมขาดประสบการณ์และความจัดเจนทางด้าน “การเมือง”
แต่อย่าลืม 2 จุดแข็งของ “คสช.”
1 คสช.มีอำนาจจากปากกระบอกปืน มีกองทัพและมีระบบราชการเป็นฐานอันแกร่ง
1 คสช.มี “มือกฎหมาย” ที่เจนจบ
ไม่เพียงเจนจบในทาง “นิติศาสตร์” หากที่สำคัญผ่านร้อนหนาวในทาง “การเมือง” อันเป็นการประสานนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เข้าด้วยกันอย่างแยบยล
จึงสามารถเปิด “เกมรุก” อย่างต่อเนื่อง และมีจังหวะก้าว
ในทางยุทธศาสตร์ หลังจากประกาศและบังคับใช้ “รัฐธรรมนูญ” การรุกของ คสช.อาจประสบอุปสรรค
คำถามที่ตามมาก็คือ
1 แต่ละอุปสรรค แต่ละขวากหนาม คสช.ได้ประเมินและตระเตรียมเอาไว้หรือไม่ 1 “พรรคการเมือง” มีการปรับตัวหรือไม่
ความหมายก็คือ ปรับตัวให้รู้เท่าทันกับสถานการณ์ “ไม่ปกติ”
รู้เท่าทันกับการรุกของ “คสช.”
ทุกอย่างล้วนดำรงบนพื้นฐานของ “การศึกมิหน่ายเล่ห์”

