เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันพบตัวเลขชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over Stay) ประมาณเกือบ 100,000 คน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแฝงตัวของอาชญากรในรูปแบบต่างๆ ที่เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว และย้ำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบระบบข้อมูลเข้าออก รวมทั้งเพิ่มมาตรการกำกับ ติดตาม ควบคุมและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม กับบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งมีตกค้างอยู่ในประเทศจำนวนมาก พร้อมทั้งกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องและแสวงประโยชน์โดยเด็ดขาด
โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการกวดขัน ตรวจสอบ และจับกุมการแฝงตัวของอาชญากรข้ามชาติในลักษณะนักท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ที่ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแส ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ กทม. เช่น ย่านนานา พระโขนง อ่อนนุช รามคำแหง รวมทั้งพื้นที่ชายแดนและเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ พัทยา สงขลา ภูเก็ต และสมุย เป็นต้น ทั้งนี้จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบการรวมกลุ่มก่ออาชญากรรมข้ามชาติในประเทศหลายรูปแบบ อาทิ การค้ายาเสพติด การค้าอาวุธ การค้ามนุษย์และการค้าประเวณี การผลิตหนังสือเดินทางและบัตรเครดิตปลอม การจำหน่ายเพชรปลอม การเปิดบ่อนพนันออนไลน์ การเปิดศูนย์ติดต่อหลอกลวงโอนเงิน เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมากที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมและทำประวัติแล้วกว่า 300 ราย ยึดของกลางได้จำนวนมาก ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกคน ที่ร่วมสนับสนุนข้อมูลและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมเฝ้าระวัง จะเป็นส่วนสำคัญให้สังคมปลอดภัยและมั่นคงร่วมกัน

