นายกฯเตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.อุดรฯ 18 มี.ค.นี้

นายกฯเตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการจ.อุดรฯ พร้อมประชุมร่วม กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งติดตามโครงการต่างๆ ของรัฐบาลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน โครงการที่ดินทำกิน การพัฒนาอาชีพ มาตรการความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งพบปะและพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อติดตามและสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชนด้วยตนเอง

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นายกฯ มีกำหนดการตรวจเยี่ยมประชาชนในจ.อุดรธานี ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ดังนี้ ในช่วงเช้า นายกฯจะเดินทางไปยังอ.เพ็ญ เพื่อพบปะกับประชาชนและติดตามโครงการความช่วยเหลือจากรัฐบาล ประกอบด้วยโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และการส่งเสริมอาชีพเสริมให้เกษตรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะมีการมอบหนังสืออนุญาตที่ดินทำกิน และหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้ตัวแทนชุมชน พร้อมพบปราชญ์ชาวบ้าน และเยี่ยมชมนิทรรศการการบริหารจัดการและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เช่น โครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชน การบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยแล้ง โครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล โครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตร และโครงการผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) จากนั้นนายกฯ จะมอบบ่อน้ำบาดาลให้กับโรงเรียนตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ขนาดความจุ 12 ลูกบาศกเมตร พร้อมติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มสะอาด

ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า จากนั้นนายกฯจะตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างประตูเปิด-ปิดน้ำและคลองส่งน้ำหนองมัก ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชุมชน ในการวางแผนและร่วมกันดำเนินงานจนประสบความสำเร็จจากงบประมาณสนับสนุนตำบลละ 1 ล้าน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทางชุมชนได้นำงบประมาณที่ได้ มาสร้างประตูปิดเปิดน้ำและคลองส่งน้ำเพื่อเป็นการจัดการแหล่งน้ำทางการเกษตรของชุมชน เพิ่มความเข้มแข็ง และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรที่อาจเกิดขึ้นจากภัยแล้ง มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 110 ราย ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 1,079 ไร่ เป็นตัวอย่างการดำเนินโครงการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำกลไกประชารัฐมาขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จทำให้มีพื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น มีระบบคลองส่งน้ำเข้าสู่ไร่ยนาของพี่น้องเกษตรกร อีกทั้งเป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์และแหล่งอาหารของชุมชนอีกด้วย

พ.อ.อภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนายกฯจะได้ติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการการดำเนินงานของจังหวัด รวมทั้งเยี่ยมชมกิจกรรมของนักศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียน ก่อนจะหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ กรอ.ส่วนกลาง และคณะกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ) เพื่อรับทราบการบริหารจัดการภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ตามนโยบายประชารัฐ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจังหวัดอุดรธานีถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางภูมิภาค เป็นประตูสู่อาเซียน

บทความก่อนหน้านี้ป้าชาวสมุทรปราการ แจ้งความตร.ถูกอุ้ม-พาเจอชายอ้างตัวเป็น “เสธ” เชิดเงิน 2.1 หมื่นบาท
บทความถัดไป‘เกษตรกร’ ไม่ยากอย่างคิด ‘มหาลัยชีวิต’ พี่เลี้ยงอาสาพัฒนาชีวิต-ชุมชน